72217

พะเยา แผ่นดินไหวรอบ 2! เขย่า อ.ปง ขนาด 2.3 ลึกเพียง 2 กม. ชาวบ้านรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา เมื่อเวลา 14.52 น. ตามเวลาประเทศไทย จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ขนาด 2.3 แมกนิจูด ความลึกประมาณ 2 กิโลเมตร พิกัด 19.127 องศาเหนือ และ 100.293 องศาตะวันออก ภายหลังเกิดเหตุ มีประชาชนในพื้นที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ภายในอาคารหรืออยู่ในบริเวณที่มีความเงียบสงบ ขณะนี้ประชาชนต่างให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ประชาชนให้ความสนใจ หลังมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยาก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนเฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบความผิดปกติของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง เช่น รอยร้าวหรือโครงสร้างเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใช้อาคารและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด

พายุถล่มแพร่กลางดึก! สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพังยับ หลังคาอัฒจันทร์ปลิว ห้องรับรองเสียหาย เสาไฟหัก–สายไฟขาดหลายจุด แพร่ระทึก! พายุฝนกระหน่ำลมกระโชกแรงกลางดึก พัดถล่มหลายพื้นที่ใน อ.เมืองแพร่ บ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้หักโค่น ขณะที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งได้รับความเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ถูกลมพัดปลิว ห้องรับรองพัง เสาไฟฟ้าหักและสายไฟขาดหลายจุด เทศบาลประกาศปิดสนามกีฬาชั่วคราว เตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้จุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงพัดถล่มหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 บ้านร่องฟอง ต.ร่องฟอง อ.เมืองแพร่ แรงลมพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวเสียหาย และมีต้นไม้หักโค่นในหลายบริเวณภายหลังเกิดเหตุ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นสนามกีฬาทุ่งโฮ้งเสียหายหนัก หลังคาอัฒจันทร์ปลิว! นอกจาก ต.ร่องฟอง แล้ว พื้นที่ ต.เหมืองหม้อ และ ต.ทุ่งโฮ้ง ยังได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ด้วย โดยที่สนามกีฬาทุ่งโฮ้งพบความเสียหายหลายจุด ทั้งหลังคาอัฒจันทร์ถูกแรงลมพัดปลิว ห้องรับรองได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น […]

พะเยา สะเทือน! แผ่นดินไหวขนาด 3.9 เขย่า อ.ปง จุดศูนย์กลาง ต.ควร ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขนาด 3.9 โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสนใจในกลุ่มประชาชนในพื้นที่อำเภอปงและพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดพะเยาโดยตรง โดยประชาชนที่อยู่ในอาคารสูงหรือบ้านเรือนควรสังเกตความผิดปกติของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอปง รวมถึงอำเภอใกล้เคียง ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบรอยร้าวหรือความเสียหายของอาคาร ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว

พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ […]

ปภ. ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับแนวทางปฏิบัติด้านภัยพิบัติ

วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ถ่ายทอดนโยบายและทิศทางการบริหารราชการสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อราชการ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย การดำเนินการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว และการกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัด เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงานและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ในส่วนของ ปภ. ได้นำเสนอความคืบหน้าการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี และมาตรการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ และรับมอบแนวทางปฏิบัติจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อไป

ชวนขนลุกกลางดึก! เพลิงไหม้บ้านไม้เก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของเสียชีวิตไปแล้ว

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลดงเจนได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหมู่ 14 บ้านม่วงคำ ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา จึงประสานเจ้าหน้าที่พร้อมรถและอุปกรณ์ดับเพลิง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงพบเปลวไฟกำลังโหมไหม้บ้านไม้เก่ายกพื้นสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง โดยเพลิงลุกลามเสียหายไปแล้วกว่าครึ่งหลัง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รอบบ้านมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรกครึ้ม สภาพบ้านถูกปิดทิ้งไว้ ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานกว่า 3 ปี หลังเจ้าของบ้านเสียชีวิต ส่วนลูกหลานได้ย้ายไปพักอาศัยที่อื่น โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านไม่มีระบบไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นข้อสงสัยของชาวบ้านว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีคนอยู่อาศัย และไม่มีระบบไฟฟ้า กลับเกิดเพลิงไหม้ขึ้นในช่วงกลางดึกได้อย่างไร ทำให้เรื่องราวยิ่งชวนขนลุก และอาจทำให้บางคนอดนึกถึงเรื่องลี้ลับหรืออาถรรพ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าไฟเริ่มต้นจากจุดใดหรือเกิดจากสาเหตุอะไร จึงต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปริศนาไฟไหม้บ้านร้างหลังนี้ต่อไป

อำเภอแม่แจ่ม สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว นายอุทิศ ชนะวรรณชน

สนธิกำลังหลายภาคส่วน ค้นหาเป็นวันที่สอง ยังไม่พบตัว อำเภอแม่แจ่มบูรณาการค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน สูญหายออกจากบ้านเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง อำเภอแม่แจ่มรายงานว่า สืบเนื่องจากวันที่ 16 ตุลาคม 2569 อำเภอแม่แจ่มบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานค้นหา นายอุทิศ ชนะวรรณชน ชายสูงวัยที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการบูรณาการกำลังค้นหาของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ยุติเมื่อเวลา 14.25 น. สาเหตุเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ค้นหา และยังไม่พบตัว นายอุทิศฯ แต่อย่างใด วันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม มอบหมายให้ นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง/ปลัดอำเภอผระจำตำบลท่าผา และ นายกิตติพงษ์ ธิวงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง […]

ไฟไหม้บ้านไม้สักวอดทั้งหลัง จ.ลำปาง

ไฟไหม้บ้านไม้สักวอดทั้งหลัง ขณะที่แม่เฒ่าวัย 80 ปี เจ้าของบ้านออกไปประชุม อสม. ก่อนรีบกลับมาดูบ้านจนเป็นลมฟุบไปหลายรอบ วันที่ 7 พ.ค.66 เวลาประมาณ 10.15 น. จนท.ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุไฟไม้บ้านเลขที่ 231 ถ.ปงสนุก ต.เวียงเหนือ อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง จากนั้นจึงประสานไปยัง เจ้าหน้าที่งานป้องกันภัยและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครลำปาง ,เจ้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ,เจ้าหน้าที่ทหาร มทบ.32 และหน่วยกู้ภัยสว่างนครลำปาง รุดช่วยเหลือ เบื้องต้นพบไฟได้ลุกไหม้บ้านไม้สักเก่า 2 ชั้น ทราบว่าอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี ไฟไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่พยายามช่วยดับไฟ ประมาณเกือบ 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ส่วนบ้านวอดเสียหายทั้งหลัง ทรัพย์สินภายในบ้านได้รับความเสียหายทั้งหมด โดยเจ้าของบ้าน คือคุณแม่วนิดา ดีเย็น อายุ 78 ปี เป็นลมล้มฟุบไปหลายรอบมี จนท.หน่วยกู้ภัยสว่างนครลำปาง ช่วยปฐมพยาบาล โดยนางวนิดาเล่าว่า […]

วาตภัย​ 3 วัน​ อ.สันป่าตอง พื้นที่เกษตรเสียหายกว่า​ 26​ ไร่

วาตภัย​ 3 วัน​ อ.สันป่าตอง​ พื้นที่เกษตรเสียหายกว่า​ 26​ ไร่​ เกษตรกร​ 35​ รายได้รับผลกระทบ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่แจงการสำรวจเบื้องต้นรวบรวมข้อมูลเพื่อเยียวยา วันที่​ 7​ พ.ค.​ 66​ นายเจริญ พิมพ์ขาล​ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่​ รายงานว่า​ ตามที่ได้เกิดเหตุวาตภัยในพื้นที่อำเภอสันป่าตอง​ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 3-5 พฤษภาคม 2566 ทำให้พืชผลทางการเกษตรได้รับผลกระทบ จากการสำรวจเบื้องต้น พื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ พื้นที่หมู่ที่​ 1 ต.บ้านแม​ ​พื้นที่ปลูกลำไย คาดว่าจะเสียหาย 10.00 ไร่ เกษตรกรผู้ประสบภัย 10 ราย​ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่การเกษตรในตำบลน้ำบ่อหลวง​ ได้แก่​ หมู่ที่​ 2 พื้นที่ปลูกลำไย คาดว่าจะเสียหาย 0.50 ไร่ เกษตรกรผู้ประสบภัย 2 ราย​ หมู่ที่​ 4 พื้นที่ปลูกลำไย คาดว่าจะเสียหาย 4.00 […]

ชาว อ.กัลยาณิวัฒนาร่วมพลังช่วย แม่เลี้ยงเดี่ยวลูก 3 ไฟไหม้บ้านวอด

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 7 พ.ค.2566 ทางพระครูพิศิษฏ์พัฒนาสาร(พระปลัดสุชาติฯ) เจ้าคณะตำบลแม่แดด-แจ่มหลวง / เจ้าอาวาสวัดห้วยบง ต.บ้านจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ เจริญพรว่า ทางคณะสงฆ์แกนนำชาวพุทธ อำเภอกัลยาณิวัฒนา ร่วมกับกองทุนศาสนสงเคราะห์บนพื้นที่สูง ได้ระดมให้ความช่วยเหลือให้นางปุดี ดวงใจรัศมี แม่เลี้ยงเดี่ยว ลูก 3 บ้านหมู่17 บ้านน้ำตก ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ถูกไฟไหม้บ้านทั้งสองหลัง เมื่อคืน วันที่ 5 พ.ค.66 ที่ผ่านมาพร้อมทรัพย์สินภายในบ้าน มีรถจยย.1 คัน พันธุ์ ข้าวโพค 40 ถุง ปุ๋ย ที่จะเตรียมเพาะปลูกในฤดูกาลนี้ และทรัพย์สินอื่นๆวอดเป็นขี้เถ้าในกองเพลิง เหลือแต่เงินเหรียญที่ถูกเผา สีดำเกรียม เท่านั้น ในตอนบ่ายเวลา 13.00 น. วันที่ 7 พ.ค. 66 ทางคณะสงฆ์ ร่วมกับชาวอ.กัลยาณิวัฒนา จะไปเยี่ยมครอบครัวของนางปุดีฯ ที่สามีฆ่าตัวตายไปเมื่อปีที่แล้ว […]

อากาศร้อนจัด เปิดพัดลมไฟฟ้าลัดวงจร หมดทั้งหลัง

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2566 เวลา 04.30 น. พ.ต.ท.ทรงศักดา สิริโชคชัยวรกุล พงส.สภ.เชียงกลาง จ.น่าน ได้รับแจ้งเหตุ จากศูนย์วิทยุนครน่าน 191 ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน ว่ามีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนราษฎร ที่ บ้านสันทนา ม.4 ต.เปือ อ.เชียงกลาง จ.น่าน จึงรายงานให้ พ.ต.อ.สิทธิโชค ลือโลก ผกก.สภ.เชียงกลาง , พ.ต.ท. สรรเสริญ ฉันทะ รอง ผกก.ปฯ , พ.ต.ท.ประชา คงคารักษ์ สวป.ฯ งาน ปภ. นายกอบต.เปือ รุดไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบไฟกำลังลุกไหม้บ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ หลังใหญ่ ซึ่งเป็นบ้านนายเสนอ (สงวนนามสกุล) บ้านสันทนา ม.4 ต.เปือ อ.เชียงกลาง จ.น่าน ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสันทนา โดยมี รถบรรทุกน้ำของ อบต.เปือ อบต.พระธาตุ […]

ปภ.แนะรู้ทันภัยแผ่นดินไหว รู้รับมือลดเสี่ยงอันตราย

แผ่นดินไหวเป็นภัยพิบัติที่ไม่สามารถคาดการณ์ช่วงเวลา สถานที่เกิด และระดับความรุนแรงได้ล่วงหน้า อีกทั้งยังสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)ขอแนะข้อควรรู้และวิธีเตรียมพร้อมรับมือเมื่อเกิดแผ่นดินไหว ดังนี้รู้ทันการเกิดแผ่นดินไหวในประเทศไทย

ไฟไหม้ข้ามวันข้ามคืนยังไม่ดับ บ่อขยะ ทต.บ้านหลวง และ อบต.ข่วงเปา

ไฟไหม้บ่อขยะของ​ ทต.บ้านหลวง และอบต.ข่วงเปา​ อ.จอมทอง ไหม้ข้ามวันข้ามคืนยังไม่ดับ​ ส่งกลิ่นเหม็นเป็นบริเวณกว้าง​ เพจข่าวในพื้นที่โพสต์ ขอหน่วยงานภายนอกเข้าสนับสนุน วันที่​ 6 พ.ค.​ 66​ เพจข่าวด่วนจอมทอง​ รักคุณ​ โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟสบุ๊ค​ เรียกร้องให้หน่วยงานนอกพื้นที่เข้ามาช่วยเหลือ​ เนื่องจากเกิดเหตุไฟไหม้บ่อขยะของ​ ทต.บ้านหลวง และ​ อบต.ข่วงเปา​ ตั้งแต่วันที่​ 5 พ.ค.​ 66​ ที่ผ่านมา​ ซึ่งเช้าวันนี้ไฟยังไม่ดับ​ ควันไฟส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งเป็นบริเวณกว้าง โดยเพจดังกล่าว​โพสต์ข้อความว่า​ “ติดวันหยุดยาวหรือไง ผู้หลักผู้ใหญ่ใน จ.เชียงใหม่ ลงมาสั่งการระดมกำลังกันได้แล้ว เกินกำลังของทางนี้แล้ว เหม็นแทบอ๊วก” “ชาวจอมทองวอนขอให้ จ.เชียงใหม่ ไม่ว่า อบจ.หรือ ปภ.หรือ สนภ.ภาค 3 ส่งเครื่องจักรเครื่องกลมาช่วยเหลือด่วน เหม็นควันไฟไหม้บ่อขยะหนัก” 2 ข้อความต่อเนื่องกัน ทั้งนี้​ เมื่อวันที่​ 5 พ.ค. 66 เวลา​ 21.05 น.​ อ.จอมทอง ได้รายงานเหตุในพื้นที่ว่า​ […]

สรุปความเสียหายจากพายุฝน ในพื้นที่อำเภอสันทราย

สรุปความเสียหายจากพายุฝน ในพื้นที่อำเภอสันทราย เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 66 เวลา 16.30 น. (รายงานครั้งที่ 2) ความเสียหายในพื้นที่ 4 ตำบล 8 หมู่บ้าน ประกอบด้วย (ล่าง)

ป้าวัย 62 ปีออกบ้าน พอคล้อยหลังไฟไหม้บ้านวอด

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 6 พ.ค. 2566 เกิดเหตุไฟไหม้บ้านหลังใหญ่เลขที่ 46/1 บ้านหมู่ 5 บ้านห้วยน้ำดิบ ต.บ้านโฮ่ง อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ทางงานป่องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.เวียงกานต์และ ทต.บ้านโฮ่ง นำรถน้ำเข้าสกัดไฟที่ลุกไหม้โหมกระหน่ำหนัก จนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ พบว่าบ้านที่สร้างด้วยไม้ถูกไหไหม้วอด พร้อมทรัพย์สินเสียหาย ทางนางบัวลอย แก้วบุญเรือง อายุ 62 มีเจ้าของบ้านเล่าว่าอาศัยอยู่บ้านเพียงลำพังคนเดียว ก่อนเกิดเหตุหลังจากปรุงอาหารเช้าเสร็จ ได้ออกจากบ้านไปทำธุระข้างนอก พอคล้อยหลังปรากฎว่าเกิดไฟไหม้บ้านขึ้น ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ต่อมาทาง นายชัยวัฒน์ ประเสริฐ นายก อบต.เวียงกานต์ สั่งการให้กองช่างพร้อมด้วยงานป้องกันฯ ร่วมกับ ส.อบต.ม.5 บ้านห้วยน้ำดิบ ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากอัคคีภัย กรณีไฟไหม้บ้านพักอาศัยของนางบัวลอย แก้วบุญเรือง อายุ 62 ปี เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบฯ ต่อไป

ทหารจิตอาสาช่วยเหลือชาวบ้านประสบภัยธรรมชาติลมฤดูร้อน

สาเหตุมาจากเมื่อคืนวันที่ 4 พฤษภาคม2566 ได้มีลมพายุฤดูร้อนพัดผ่านในพื้นที่ ตำบลสันต้นหมื้อ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 100 หลังคาเรือน และตำบลบ้านหลวงอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 10 หลังคาเรือน ส่วนมากจะเป็นหลังคาเรือนทั้งกระเบื้องและสังกะสี ซึ่งทางฝ่ายปกครองอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งการให้ทาง องค์การบริหารส่วนตำบลเข้าทำการสำรวจและช่วยเหลือโดยด่วนแล้ว และได้รับความร่วมมือกับทางฝ่ายทหารพรานศูนย์ปฏิบัติกองทัพภาค3 และจิตอาสา พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมพลังออกทำการช่วยเหลือประชาชนทำการซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชน และพัฒนาบริเวณในพื้นที่ตำบลสันต้นหมื้อ ที่ได้รับความเสียหาย ทั้งเก็บกวาดต้นไม้กิ่งไม้ที่ถูกลมพายุพัดหักโค่น โดยทางทางนางสาวสลิลญา คำภาแก้ว นายอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ พันเอกไพรัช ศรีไชยวาล ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมฝ่ายทหารพรานศูนย์ปฏิบัติกองทัพภาค3 กองกำลังผาเมือง ให้ทาง พันโทสกลวรรณ์ พุ่มมรินทร์ รองผู้บังคับกองบังคับการควบคุมฝ่ายทหารพรานศูนย์ปฏิบัติกองทัพภาค 3 กองกำลังผาเมือง นำทหารพรานจิตอาสาพระราชทาน กองร้อยทหารพราน3201, กองร้อยทหารพราน3203 จำนวน 40 นาย ออกช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดผลจากพายุฤดูร้อนในวันนี้ทั้งวันเพื่อช่วยเหลือ ซ่อมแซมบ้านที่เสียหาย ร่วมเก็บกวาดกิ่งไม้ต้นไม้ใบไม้ทั้งตำบลสันต้นหมื้อ เป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยร่วมกับทุกหน่วยงานราชการ องค์การบริหารส่วนตำบลสันต้นหมื้อ ที่เข้ามาร่วมกันแบ่งเบาภาระประชาชน […]

พายุถล่มห้วยน้ำกืน ไร้หน่วยงานเหลียวแล

พายุถล่มห้วยน้ำกืน ต้นไม้ล้มเสาไฟหัก คอสะพานชำรุดเรื้อรัง ไร้หน่วยงานเหลียวแล เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากเหตุการณ์พายุหมุนถล่มจุดสวนสนหมู่บ้านห้วยน้ำกืน เมื่อคืนวันที่ 2 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา ปรากฎบริเวณทางขึ้นหมู่บ้านห้วยน้ำกืน หมู่ 19 ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นไม้ถูกลมพัดโค่นล้มระเนระนาดเป็นบริเวณกว้างหลายต้น ปิดเส้นทางสัญจรเข้าออกหมู่บ้าน ประกอบกับเสาไฟฟ้าโค่นล้มถึง 11 ต้น จนป่านนี้ ยังไร้หน่วยงานเข้ามาดูแล ชาวบ้าน 53 หลังคาเรือน เดือดร้อนหนัก ไร้ไฟฟ้าใช้ ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง ทางด้าน นายพาทิศ จะยอ ผู้ใหญ่บ้านห้วยน้ำกืน กล่าวว่า ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2566 ที่จะถึงนี้ ทางโรงเรียนตำรวจตระเวณชายแดนอาสาอินทรีย์ ตชด.ห้วยน้ำกืน กำหนดเปิดเรียนอีกด้วย ซึ่งจะเป็นผลกระทบต่อการเดินทางของเด็กและผู้ปกครองเป็นอย่างมาก เนื่องจากก่อนหน้าที่ผ่านมาคอสะพานข้ามลำน้ำสรวย ซึ่งได้รับงบสนับสนุนจาก สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย เมื่อปี พ.ศ.2560 คอสะพานได้เกิดทรุดตัวลง […]

แม่อายอ่วม!! เกิดพายุฤดูร้อนหนักใน​ 2 ตำบล​​

แม่อายอ่วม!! เกิดพายุฤดูร้อนหนักใน​ 2 ตำบล​ บ้านเรือนกว่า​ 100 หลังได้รับผลกระทบ​ หลังคาปลิวว่อน​ ต้นไม้โค่นล้มทับสายไฟดึงเสาไฟฟ้าล้มหลายต้น​ ไฟดับสัญจรผ่านไม่ได้ วันที่​ 4 พ.ค.​ 66​ เวลา​ 21.30 น.​ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ รายงานเหตุวาตภัยในพื้นที่ เมื่อเวลา 18.30 น. โดยมีความเสียหาย 2 ตำบล​ ได้แก่​ ตำบลสันต้นหมื้อ หมู่ที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11 และหมู่ที่ 12 หลังคาบ้านเรือนได้รับความเสียหาย จำนวน 100 หลัง และเสาไฟฟ้าทรุดตัว 1 ต้น​ และตำบลบ้านหลวง หมู่ที่ 9 และหมู่ที่ 10 หลังคาบ้านเรือนได้รับความเสียหาย […]

​ พายุฝนฟ้าคะนองลมแรง​ ต.สุเทพ​ ต.แม่เหียะ​

อ.เมืองเชียงใหม่​ พายุฝนฟ้าคะนองลมแรง​ ต.สุเทพ​ ต.แม่เหียะ​ ต้นไม้หักโค่น​ทับบ้านเรือนสายไฟฟ้า​ วัดพระธาตุดอยสุเทพฯ ต้นยางขนาดใหญ่โค่นทับบันใดนาค​ ท้องที่ท้องถิ่นเร่งให้ความช่วยเหลือ วันที่ 4 พ.ค. 2566​ อำเภอเมืองเชียงใหม่​ รายงานว่า​ เนื่องจากเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมแรง ในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ จึงทำให้เกิดต้นไม้และกิ่งไม้หักโค่น บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย​ เบื้องต้นมีรายงานพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย​ ได้แก่​ ตำบลสุเทพ​ ม.5 บ้านร่ำเปิง ม.9 บ้านดอยสุเทพ​ ม.14 บ้านใหม่หลังมอ​ และ​ ม.15 บ้านทรายคำ​ โดยเฉพาะบ้านดอยสุเทพ​ มีต้นยางขนาด​ 3 คนโอบ​ หักโค่นทับปลายบันใดนาคขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร​ เบื้องต้นตรวจสอบมีเพียงไฟกิ่งได้รับความเสียหาย​ เจ้าหน้าที่วัดได้ช่วยกันตัดในส่วนที่ทับบันไดออกแล้ว นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า​ ตำบลแม่เหียะ​ ม.2 บ้านอุโบสถ​ มีต้นไม้หักโค่น ทั้งนี้ในเบื้องต้นฝ่ายปกครองตำบลสุเทพ , ตำบลแม่เหียะ พร้อมด้วย​ เทศบาลตำบลสุเทพ และเทศบาลเมืองแม่เหียะ ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือแล้ว โดยจะดำเนินการสำรวจความเสียหายเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป

1 … 177 178 179 180 181 … 437