พายุงวงช้างถล่มสวนเกษตรพบพระ อะโวคาโดขาดกระเด็นไกล กว่า 100 เมตร เสียหายหลายสิบต้น สวนพริก 10 ไร่ลงทุนกว่า 2 แสนบาทพังยับ เกษตรกรสุดช้ำยังไม่ทันเก็บเกี่ยว
วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ว่า ได้รับผลกระทบจากพายุลมหมุนรุนแรง ลักษณะคล้ายงวงช้าง พัดถล่มพื้นที่การเกษตรเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สวนอะโวคาโดและสวนพริกของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้นอะโวคาโดขาดหักหลายสิบต้น บางส่วนถูกแรงลมพัดกระเด็นไกลกว่า 100 เมตร ขณะที่โรงค้างพริกพังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น เกษตรกรเผยไม่เคยพบเห็นพายุรุนแรงลักษณะนี้ตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีที่อาศัยอยู่ในพื้นที่
นายบุญเลิศ กุรินทร์ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดและพริกในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึก เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ตนกำลังทำงานอยู่ภายในสวน จู่ๆ มีลมหมุนพัดมาอย่างรุนแรง ม้วนตัวเป็นลักษณะคล้ายงวงช้างหมุนขึ้นไปในอากาศ ก่อนพัดผ่านพื้นที่เพาะปลูก ทำให้ต้นพริกและต้นอะโวคาโดได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะต้นอะโวคาโดที่ถูกแรงลมพัดจนขาดหัก และบางส่วนถูกพัดกระเด็นไปไกลกว่า 100 เมตร มีต้นอะโวคาโดเสียหายหลายสิบต้น สร้างความเสียใจให้กับตนเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมาได้ดูแลสวนมาอย่างดี และต้นอะโวคาโดหลายต้นกำลังให้ผลผลิต ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ต้นหนึ่งสามารถสร้างรายได้มากกว่า 10,000 บาท
นายบุญเลิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนอาศัยอยู่ในพื้นที่บ้านทหารผ่านศึกมานานกว่า 38 ปี ไม่เคยพบเห็นพายุลมหมุนที่รุนแรงขนาดนี้มาก่อน ถือเป็นเหตุการณ์ที่น่ากลัวและอันตรายอย่างยิ่ง หลังเกิดเหตุ ผู้นำหมู่บ้าน นำโดย นายทองแดง จันทะเสน
ผู้ใหญ่บ้านทหารผ่านศึกพร้อมด้วยผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสมาชิก อบต. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาสำรวจความเสียหาย พร้อมรายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ โดยมีการประสานเจ้าหน้าที่เกษตรเข้าตรวจสอบความเสียหายร่วมกับเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลรวมไทยพัฒนา เพื่อประเมินผลกระทบและหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป
ขณะเดียวกัน นางบังอร แซ่ยั้ง เกษตรกรผู้ปลูกพริก ซึ่งมีพื้นที่พักอาศัยอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 44 ตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ เปิดเผยว่า ตนลงทุนปลูกพริกบนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ใช้เงินลงทุนไปแล้วกว่า 200,000 บาท ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าเช่าที่ และค่าแรงงาน โดยเงินลงทุนส่วนหนึ่งมาจากการกู้ยืม เพื่อนำมาใช้ในการเพาะปลูกและดูแลผลผลิต
แต่เมื่อเกิดพายุลมหมุนรุนแรง กลับทำให้ต้นพริกได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก เพิ่งพักร้อน พังเสียหาย หลังคาปลิวกระเด็น ขณะที่ต้นพริกซึ่งกำลังจะเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวได้รับผลกระทบอย่างหนัก สร้างความกังวลใจให้กับตนเป็นอย่างมาก เพราะยังไม่ทันได้เก็บผลผลิตเพื่อสร้างรายได้ กลับต้องเผชิญกับความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด
นางบังอร กล่าวอีกว่า ตนปลูกพริกมาหลายปีแล้ว แต่ไม่เคยพบเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้มาก่อน โดยปีนี้พายุสร้างความเสียหายอย่างหนัก ทำให้ต้องกังวลทั้งเรื่องต้นทุนที่ลงทุนไปแล้วและภาระหนี้สินที่ต้องรับผิดชอบ
นายธันย์ปวัฒน์ ภูริวัฒนเมธา นายอำเภอพบพระ จังหวัดตาก ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอและเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลรวมไทยพัฒนา ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายของสวนเกษตรกร เพื่อรวบรวมข้อมูลและรายงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาแนวทางให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ต่อไป
เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าได้สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรในพื้นที่อย่างหนัก เพราะต้องลงทุนทั้งเงินทุน ค่าแรงงาน และเวลาในการดูแลผลผลิต โดยเฉพาะสวนอะโวคาโดที่ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเติบโตและให้ผลผลิต ขณะที่สวนพริกกำลังใกล้ถึงช่วงเก็บเกี่ยว ความเสียหายที่เกิดขึ้นครั้งนี้จึงส่งผลกระทบต่อรายได้และภาระค่าใช้จ่ายของเกษตรกรโดยตรง.





ร่วมแสดงความคิดเห็น