ก่อนอื่นต้องมาทำความรู้จักกันก่อนว่า ผางประทีป คืออะไร? ผางประทีป หรือ ผางประทีส เป็นถ้วยประทีปขนาดเล็ก ที่ทำมาจากวัสดุอย่างดินเผา ซึ่งจะมีรูปร่างมีเอกลักษณ์แตกต่างกันไปตามฝีมือของช่างแต่ละยุคสมัย โดยในสมัยอดีตส่วนใหญ่แล้วผางประทีปจะมีลักษณะขนาดใหญ่ประมาณชามใส่แกงขนาดย่อม สาเหตุที่ต้องทำให้ใหญ่ก็เพื่อที่จะบรรจุเชื้อเพลิงในการให้แสงสว่างในระยะเวลานาน ซึ่งในปัจจุบันเราจะเห็นเป็นแบบสำเร็จรูปเป็นส่วนใหญ่ มีทั้งแบบที่เป็นน้ำมันและแบบตีนกาเพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้คนได้เลือกใช้งาน
ผางประทีป หรือ ผางประทีส เป็นเครื่องจุดตามไฟเป็นพุทธบูชาหรือเอาไว้จุดบูชาสืบชะตาอายุ หรือจะใช้เป็นเครื่องจุดใช้ในชีวิตประจำวันได้ เวลาไฟดับหรือเวลาที่ต้องการแสงสว่างในตอนกลางคืน ซึ่งสามารถใช้จุดทดแทนเทียนได้ ซึ่งนอกจากถ้วยประทีปหรือตัวพาชนะที่รองรับเชื้อเพลิงของประทีปแล้ว ยังมีอีกอย่างที่นิยมใช้งาน คือ น้ำมัน ซึ่งอาจเป็นน้ำมันถั่ว น้ำมันงา น้ำมันมะพร้าว ในปัจจุบันนิยมใช้ขี้ผึ้ง (พาราฟีน) เป็นเชื้อเพลิง และตีนกาหรือสีสาย (ขี้สาย) ที่ทำจากด้ายที่เมื่อทำออกมาแล้วจะเป็นเหมือนตีนกา
มีการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับที่มาของผางประทีปซึ่งเป็นเรื่องราวที่ปรากฎในคัมภีร์อานิสงส์ผางประทีป เล่าว่าเมื่อครั้งดึกดำบรรพ์มีแม่กาเผือกกำลังกกไข่อยู่บนต้นไม้ใกล้แม่น้ำแห่งหนึ่ง จู่ ๆ ก็ได้มีลมพายุพัดรังกากระจัดกระจายทำให้ไข่ได้ตกลงไปในแม่น้ำ ส่วนแม่กาก็พลัดไปอีกทางหนึ่ง พอลมสงบแม่กาหาไข่ไม่พบ ก็ร้องไห้จนตรอมใจตายและได้ไปเกิดเป็นท้าวพกาพรหมบนสวรรค์ ส่วนไข่ 5 ฟอง ก็ได้ถูกแม่สัตว์อื่นเก็บไปเลี้ยง (แม่ไก่ แม่โค แม่นาค แม่เต่า และแม่ราชสีห์) ซึ่งบางตำราว่าคนซักผ้านำเอาไปเลี้ยง เอาไข่ไปฟักตัวละฟอง พอโตขึ้นต่างก็ออกบวชเป็นฤาษีอยู่ในป่า วันหนึ่งฤาษีทั้ง 5 (ซึ่งคือพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ) มาเจอกันต่างก็ถามถึงความเป็นมาของกันและกัน แต่ก็ไม่มีใครรู้จักแม่ที่แท้จริงของตนเลย จึงพากันอธิษฐานขอให้ได้พบแม่ของตนร้อนถึงท้าวพกาพรหมต้องลงมาพบเล่าเรื่องอดีตให้ฟังและบอกว่า ถ้าคิดถึงแม่ให้เอาด้ายดิบทำเป็นรูปตีนกาแล้วจุดไฟในประทีปในวันยี่เป็ง คือวันเพ็ญเดือน 12 เพื่อระลึกถึงแม่
จากตำนานเรื่องเล่าดังกล่าว การจุดบูชาประทีปในเทศกาลเดือนยี่เป็ง ชาวบ้านจะนำผางประทีปไปจุดตามวัดและฟังพระธรรมเทศนาอานิสงส์ และยังมีการจุดประทีปบูชาตามบริเวณรั้ว บริเวณหน้าบ้าน ห้องครัว บันไดบ้าน โดยจะเริ่มจุดเมื่อพระได้เริ่มเทศนาธรรมหรือคัมภีร์อานิสงส์ผางประทีป ก็จะมีการจุดประทีปที่บ้านของตนขึ้นพร้อมกัน นอกจากการประดับส่วนนี้แล้ว ยังใช้เป็นจุดบูชาพระรัตนตรัย บูชาพระแม่คงคา เเละส่วนหนึ่งจุดบูชาอายุของแต่ละคน ในการตั้งธรรมหลวง หรือฟังเทศน์มหาชาตินั้นฟากเจ้าของกัณฑ์เทศน์กัณฑ์ใดในมหาเวสสันดรชาดกก็จะจุดประทีปตามจำนวนพระคาถา เช่น กัณฑ์กุมาร 101 พระคาถา ก็จุดประทีบ 101 ดวง, กัณฑ์มหาพน 80 พระคาถา ก็จุดประทีป 80 ดวง, กัณฑ์สักกบรรพ์ 43 พระคาถา ก็จุดประทีป 43 ดวง เป็นต้น
จะเห็นได้ว่าผางประทีปนอกจากจะมีการจุดเพื่อบูชาคุณพระรัตนตรัยพระแม่คงคาแล้วนั้น ยังคงเป็นสิ่งที่ให้แสงสว่างเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในยามจำเป็นได้อีกด้วย ทั้งนี้ ในอนาคตผางประทีปอาจจะค่อย ๆ เลือนหายไปตามกาลเวลาเนื่องจากถ้าไม่มีเหตุจำเป็นจริง ๆ คนก็อาจจะไม่จุดผางประทีป เพราะมีทางเลือกอื่น ๆ ให้เลือกใช้ เช่น ไฟฉาย ซึ่งสะดวกและรวดเร็วกว่า กดเปิดแล้วให้แสงสว่างเลย ต่างจากผางประทีปที่ต้องอาศัยไฟในการทำให้ใช้งานได้ซึ่งอาจจะมีความยุ่งยากมากกว่าการใช้ไฟฉาย ถ้ามองในแง่ของการใช้งานหากไม่ถึงช่วงเทศกาลหรือช่วงประเพณีลอยกระทงเราก็แทบจะไม่เห็นใครใช้งานผางประทีปเลย นอกเสียจากใช้เพื่อการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างช้านาน

ร่วมแสดงความคิดเห็น