เชียงรายจัดมหกรรมใหญ่ เนื่องในวันน้ำโลก ชูสิทธิการเข้าถึงน้ำสะอาด พร้อมเปิดตัวแอป “ปลาปลอดภัย” เฝ้าระวังโลหะหนักข้ามพรมแดน
ผู้ว่าฯ เชียงราย เปิดงานมหกรรมประชาชนปกป้องแม่น้ำสายหลัก เน้นย้ำสิทธิพื้นฐานในการเข้าถึงน้ำสะอาด ด้าน สกสว. เปิดตัวแอปพลิเคชัน AI “ปลาปลอดภัย” ตรวจสอบความเสี่ยงสารปนเปื้อนในปลา ขณะที่นักวิชาการ มฟล. จี้รัฐยกระดับการเฝ้าระวังและหยุดนำเข้าแร่จากเมียนมาหากก่อมลพิษข้ามพรมแดน
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 ณ วัดฝั่งหมิ่น และสวนสาธารณะเทศบาลริมน้ำกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ได้มีการจัดงาน “มหกรรมประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน” เนื่องในวันน้ำโลก ภายใต้ธีม “สิทธิในการเข้าถึงน้ำที่สะอาดและปลอดภัย” โดยมีกิจกรรมตลอดทั้งวัน ตั้งแต่พิธีสืบชะตาแม่น้ำ ขบวนพาเหรด ไปจนถึงเวทีเสวนาเชิงนโยบาย
นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยกล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาคประชาชน ภาควิชาการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานรัฐ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการปกป้องทรัพยากรน้ำสายสำคัญ ทั้งแม่น้ำกก สาย รวก โขง และสาละวิน ซึ่งการเข้าถึงน้ำที่สะอาดและปลอดภัยถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ตามหลักการขององค์การสหประชาชาติ จังหวัดพร้อมสนับสนุนการสร้างความตระหนักรู้และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อกำหนดแนวทางจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและคืนแม่น้ำที่ใสสะอาดให้แก่ชุมชน
ทางด้าน รศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ ผู้อำนวยการหน่วยระบบข้อมูลและดิจิทัล สกสว. ได้เปิดตัวและให้ข้อมูลเกี่ยวกับ แอปพลิเคชัน “ปลาปลอดภัย” (Safe Fish by Open Sign) ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อลดความกังวลของประชาชนในการบริโภคปลาจากแหล่งน้ำที่มีความเสี่ยง
รศ.ดร.ธนพล ระบุว่าระบบนี้จะใช้ AI คำนวณความเสี่ยงจากข้อมูลวิทยาศาสตร์ใน 33 จุดตลอดลำน้ำกก โดยแบ่งระดับความปลอดภัยเป็นสี ได้แก่ สีเขียว (ปลอดภัย), สีเหลือง (สุ่มเสี่ยง) และ สีแดง (เกินค่ามาตรฐาน) หากพบปลาในระดับสีแดง ระบบจะส่งข้อมูลตรงถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อประกาศแจ้งเตือนทันที ปัจจุบันมีการทดลองใช้ที่ตลาดปลาเชียงแสนน้อยมาแล้ว 1 เดือน และเตรียมขยายผลให้ครอบคลุมทั้งจังหวัดเชียงราย รวมถึงพื้นที่บ้านท่าตอน จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคและปกป้องเศรษฐกิจของชาวประมงพื้นบ้าน
ขณะที่ ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้กล่าวถึงภาพรวมของกิจกรรมและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย โดยระบุว่าในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ภาคส่วนต่างๆ ในเชียงรายทำงานร่วมกันได้ดี แต่หลังจากนี้ต้องยกระดับความเข้มข้นขึ้น
ดร.สืบสกุล ได้เสนอ 3 มาตรการหลักภายในประเทศ คือ 1) เร่งปรับปรุงระบบประปาหมู่บ้านให้มีขีดความสามารถกำจัดโลหะหนัก 2) ผลักดันงบประมาณ 2,200 ล้านบาท เพื่อย้ายจุดสูบน้ำดิบของการประปาส่วนภูมิภาคเชียงรายออกจากแม่น้ำกก และ 3) สร้างฐานข้อมูลกลางที่ประชาชนสามารถเข้าถึงผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำและผลิตผลทางการเกษตรได้โดยตรง
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอถึงรัฐบาลในระดับระหว่างประเทศ โดยเรียกร้องให้ ยุติการนำเข้าแร่จากเมียนมาผ่านแดนไทย หากตรวจสอบพบว่าเมืองแร่ต้นทางก่อมลพิษข้ามพรมแดน เพื่อสร้างแรงกดดันให้รัฐบาลเมียนมาและจีนหันมาแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง หลังจากที่ผ่านมาการเจรจาในระดับทวิภาคีมีความคืบหน้าค่อนข้างน้อย
งานมหกรรมในวันนี้ยังมีการเชิญตัวแทนพรรคการเมือง สส. และ สว. ในพื้นที่มารับฟังข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อนำไปขับเคลื่อนต่อในสภาฯ มุ่งหวังให้เกิดการแก้ปัญหาการปนเปื้อนในแม่น้ำสายหลักของภาคเหนืออย่างเป็นรูปธรรมสืบไป





ร่วมแสดงความคิดเห็น