(มีคลิป) น่านตำรวจ ปทส.เปิดยุทธการ พิทักษ์เวียงน่านสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้  17 คน พบของกลางเลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 69 เครื่อง แผ่นบังคับโซ่(บาร์) จำนวน 293  ใบ

Youtube video

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2564 เวลา 10.00 น.ที่สนาม hall ชั่วคราว ม.พัน 15 ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมีพลตำรวจตรี พิทักษ์ อุทัยธรรม ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ผบก.ปทส.) และพันตำรวจเอก อริยพล สินสอน รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รอง ผบก.ปทส.) รับผิดชอบงานป้องกันปราบปราม จึงสั่งการให้     พันตำรวจเอก ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนธิกำลังกับกรมป่าไม้ ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน ภายใต้การอำนวยการของ  พลตำรวจตรี มงคล สัมภวะผล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่จริม สืบสวน ผู้มีเลื่อยโซ่ยนต์ ผู้ลักลอบจำหน่ายรวมถึงผู้ลักลอบนำเลื่อยโซ่ยนต์เข้ามา ในราชอาณาจักร

ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ได้มีนโยบายป่าไม้แห่งชาติเพื่อให้การจัดการและรักษาทรัพยากรป่าไม้ การอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ที่หายาก การแก้ไขปัญหาการทำลายป่า การทำไร่เลื่อนลอย การตัดไม้ บุกรุกพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นต้นต่อของปัญหาป่าต้นน้ำเสื่อมโทรม โดยเฉพาะที่จังหวัดน่านพบป่าต้นน้ำเสื่อมโทรม (ภูเขาหัวโล้น) จนเกิดปัญหาภัยแล้ง อุทกภัย และดินโคลนถล่ม ทางศูนย์ปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปทส.ตร.) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการที่จะร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้ฟื้นฟูกลับมามีป่าไม้เป็นแหล่งน้ำและที่อยู่อาศัยสำหรับสัตว์ป่าและพันธ์พืช ให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ จึงได้สั่งการให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เปิดปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการลักลอบ ตัดไม้โดยผิดกฎหมาย โดยมีจุดประสงค์จะสกัดกั้นกลุ่มผู้ลักลอบตัดไม้โดยใช้เลื่อยโซ่ยนต์ ผู้ค้าเลื่อยโซ่ยนต์และกลุ่มนายทุนที่นำเข้าเลื่อยโซ่ยนต์เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม้ได้รับอนุญาต ซึ่งปฏิบัติการครั้งนี้ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นกลุ่มเป้าหมาย 17 จุด ครอบคลุม 15 อำเภอ ของจังหวัดน่าน  สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้  17 คน พบของกลาง 1.เลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 69 เครื่อง  2.แผ่นบังคับโซ่(บาร์) จำนวน 293  ใบ

เบื้องต้นตำรวจ ปทส.ได้แจ้งข้อหามีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,รับซ่อมแซมเลื่อย    โซ่ยนต์เป็นธุรกิจเพื่อสินจ้างโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามความผิด พ.ร.บ.เลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 และข้อหา        “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของ อันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 นำตัวส่งดำเนินคดีในสถานีตำรวจพื้นที่ตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อตัดวงจรการตัดไม้ บุกรุกพื้นที่ป่า หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะขยายผลจากกลุ่มผู้ต้องหา ที่ได้จับกุมในวันนี้ไปยังกลุ่มนายทุน กลุ่มผู้ลักลอบนำเข้าเลื่อยโซ่ยนต์โดยไม่ได้รับอนุญาต  ในส่วนของเลื่อยโซ่ยนต์และส่วนประกอบของเลื่อยโซ่ยนต์ที่มีเครื่องต้นกำลังตั้งแต่หนึ่งแรงม้าและมีแผ่นบังคับโซ่ ขนาดความยาวตั้งแต่ 12 นิ้ว เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถใช้ในการตัดไม้ทำลายป่าได้ในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งการปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดในการลักลอบจำหน่ายและตรวจยึดเลื่อยโซ่ยนต์ได้เป็นจำนวนมาก
จึงขอฝากประชาสัมพันธ์เตือนถึงพี่น้องประชาชน ผู้จำหน่ายเลื่อยโซ่ยนต์และกลุ่มนายทุนที่เกี่ยวข้อง      ให้หยุดตัดไม้ บุกรุกป่า หรือลักลอบจำหน่ายเลื่อยโซ่ยนต์ เพื่อไม่ให้มีการตัด โค่น ต้นไม้ เพื่อให้พื้นที่ป่ากลับมาเป็นป่าต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์ ในส่วนของอัตราโทษของผู้มีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต       มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและริบเลื่อยโซ่ยนต์ สำหรับผู้เปลี่ยนแปลงเลื่อยโซ่ยนต์ให้มีกำลังเครื่องจักรกลเพิ่มขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกินห้าพันบาทและต้องแก้ไขกำลังเครื่องจักรกลให้เหมือนเดิม ถ้าไม่แก้ไขริบเลื่อยโซ่ยนต์  และร้านรับซ่อมแซมเลื่อยโซ่ยนต์เป็นธุรกิจเพื่อสินจ้าง    โดยไม่ได้รับอนุญาตจะต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,500 บาทเช่นกัน

ร่วมแสดงความคิดเห็น