ดีเอสไอ สนธิกำลัง บุกยึดทรัพย์ มูลค่ากว่า 1,200 ล้าน คดีหลอกลงทุนคอนโดหรู 14 โครงการ มูลค่าความเสียหายกว่า 4,000 ล้านบาท
ช่วงเช้าวันนี้ (24 มิ.ย. 65) นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงค์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอนำหมายค้นจากศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจค้นบ้านของนายรมย์รวินทร์ ธัญเศรษฐ์กุล ประธานบริษัทแห่งหนึ่ง และ เข้าค้นสำนักงานขาย ในพื้นที่ตำบลสันผักหวาน อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อตรวจสอบและยึดอายัดทรัพย์สินในคดีพิเศษกรณีที่ได้รับการร้องเรียนว่ามีพฤติการณ์หลอกลวงฉ้อโกงประชาชน ซึ่งคดีนี่มีมูลค่าความเสียหายกว่า 4,000 ล้านบาท
โดยการตรวจค้นในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ไม่พบตัวนายนายรมย์รวินทร์ แต่มีหุ้นส่วนของบริษัท และพนักงานนำค้นภายในบ้านหลังใหญ่และอาคารสำนักงานบนพื้นที่กว่า 3 ไร่ เพื่อตรวจหาที่มาของทรัพย์สิน และอายัดเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า คดีนี้ทางดีเอสไอได้รับการร้องทุกข์จากผู้เสียหายมาแล้วกว่า 80 ราย และ ยังมีที่เตรียมเข้าร้องทุกข์เพิ่มเติมอีกจำนวนมาก โดยผู้เสียหายร้องว่าถูกโครงการหลอกลวงให้ลงทุนในโครงการคอนโดมีเนียม 14 โครงการ อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ 12 โครงการและจังหวัดกระบี่อีก 2 โครงการ ตั้งแต่ปี 2557 โดยชักชวนให้ร่วมลงทุนและจะให้ผลตอบแทนร้อยละ 8 ต่อปี ช่วงแรกได้ผลตอยแทน แต่สามสี่ปีที่ผ่านมาไม่ได้ผลตอบแทนตามสัญญา จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวงและเข้าร้องทุกข์กับดีเอสไอ
ขณะที่การตรวจสอบพบว่าทั้ง 14 โครงการมีลูกค้าทั้งหมดกว่า 2,000 ราย มูลค่าโครงการกว่า 4,000 ล้านบาท โดยมีหลายคนที่ลงทุนเป็นเงินหลักร้อยล้าน โดยทรัพย์สินที่ยึดอายัดทรัพย์วันนี้เป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มีมูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท รวมทั้งเอกสารอื่นๆ เพื่อนำไปตรวจสอบว่ามีลักษณะที่เข้าข่ายการฟอกเงินหรือไม่
อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ บอกอีกว่า จากการพูดคุยกับผู้จัดการโครงการ อ้างว่าได้มีการเจรจากับผู้เสียหายโดยยื่นข้อเสนอให้ย้ายไปอยู่ที่โครงการอื่นที่ใกล้เสร็จ แทนซึ่งบางส่วนยินยอมตามข้อตกลง
ทางด้านผู้จัดการบริษัท ชี้แจงว่า เป็นเรื่องการทำธุรกิจที่ละเอียดอ่อน ทำเรื่องของธุรกิจที่ทำมามาเป็นสิบยี่สิบปี ไม่สามารถอธิบายให้เข้าใจได้ภายในเวลาสองสามนาที ส่วนข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้นทางบริษัทได้แก่ปัญหาแล้ว และ ที่ผ่านมาก็ให้ข้อมูลกับดีเอสไอแล้ว









ร่วมแสดงความคิดเห็น