ข่าวปลอม! จนท.โทรถามอาการหลังและขอข้อมูลส่วนตัว

วันที่ 3 ก.ค. 65 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยืนยันว่าเป็นข่าวปลอม เพิ่มเติม 1 กรณีคือ

กรณีที่มีข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นเรื่องพบเจ้าหน้าที่ศูนย์ฉีดวัคซีนโทรศัพท์ถามอาการหลังฉีดวัคซีนและขอข้อมูลส่วนตัวของประชาชน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ

จากกรณีที่มีการบอกต่อข้อมูลว่า พบเจ้าหน้าที่ศูนย์ฉีดวัคซีนโทรศัพท์ติดต่อสอบถามอาการหลังฉีดวัคซีนและขอข้อมูลส่วนตัวของประชาชน ทางสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์มีการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานด้านสาธารณสุข เช่น ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ โรงพยาบาลพระพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก โดยโทรศัพท์ติดต่อประชาชนเพื่อสอบถามอาการหลังฉีดวัคซีนโควิด 19 ซึ่งจากการตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ดังกล่าว พบว่าไม่ใช่เบอร์โทรศัพท์จริงของหน่วยงาน และหน่วยงานดังกล่าวไม่มีการโทรศัพท์ติดตามอาการภายหลังการฉีดวัคซีนแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม หลังได้รับการฉีดวัคซีนโควิด 19 จะมีการติดตามอาการหลังฉีดผ่านทางแพลตฟอร์มหมอพร้อม ซึ่งไม่มีการโทรศัพท์ติดตามอาการแต่อย่างใด จึงขอเตือนประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อให้ข้อมูลส่วนตัวใด ๆ กับผู้ที่โทรมาทั้งสิ้น เพราะอาจตกเป็นเหยื่อในการโอนเงินหรืออาจถูกนำข้อมูลไปสวมรอยกระทำความผิดหรือก่ออาชญากรรมอื่น ๆ ได้ และหากสงสัยหรือไม่แน่ใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ ขอให้สอบถามกับหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงโดยตรงก่อน

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากทาง สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ https://www.moph.go.th หรือโทร 02-590-1000

บทสรุปของเรื่องนี้คือ : แก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานด้านสาธารณสุข ซึ่งจากการตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ดังกล่าว พบว่าไม่ใช่เบอร์โทรศัพท์จริงของหน่วยงาน และหน่วยงานดังกล่าวไม่มีการโทรศัพท์ติดตามอาการภายหลังการฉีดวัคซีนแต่อย่างใด

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป
ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสข่าวผ่าน
5 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com, เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter, ช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 และสายด่วน 1599 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”

ร่วมแสดงความคิดเห็น