(มีคลิป)ข่าวคืบหน้า กรณีวัยรุ่นลำพูนยิงกันตาย สาหัส 2 ราย

YouTube video

ข่าวคืบหน้า กรณีวัยรุ่นลำพูนยิงกันตาย สาหัส 2 ราย รอง ผบช.ภ.5 ลงพื้นตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเผยรู้ตัวกลุ่มมือยิงแล้ว บูรณาการตำรวจลำพูน-เชียงใหม่ ล่าตัวผู้ก่อเหตุ

จากกรณี เมื่อเวลา 01.45 น. กลางดึกคืนวันที่ 1 ก.พ. 2567 มีเหตุวัยรุ่นโดนยิง บริเวณ ถนน 116 สะปุ๋ง-บ้านเรือน เขตบ้านเหล่าสันปิง ต.บ้านเรือน อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ทางพนักงานสอบสวน สภ.ป่าซาง จ.ลำพูน พร้อมด้วยกู้ภัยสมาคมกู้ภัยร่มฟ้าป่าซาง ไปยังที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต 1 ราย อายุ 15 ปี เป็นคนพื้นที่ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ และมีผู้บาดเจ็บสาหัสเป็นชายวัยรุ่น 2 ราย ชาวบ้านแม่ลอบ ต.ป่าพลู อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ที่บนถนนมีซองมีดตกอยู่ 1 ซอง ในเบื้องต้นทราบว่าผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ขับขี่รถ จ.ย.ย.มาด้วยกัน 3 คัน พอมาถึงที่เกิดเหตุมีกลุ่มวัยรุ่น ใช้รถ จ.ย.ย.เป็นพาหนะมาประมาณ 10 กว่าคัน แล้วเข้ารุมทำร้ายและใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงใส่จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งติดตามแก๊งวัยรุ่นกลุ่มนี้มาดำเนินคดี ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ข่าวความคืบหน้า ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุที่มีการก่อเหตุยิงและมีผู้เสียชีวิต พบว่ายังมีร่องรอยของคราบเลือดอยู่บนถนนและริมข้างทาง เจ้าหน้าที่กู้ภัย เล่าให้กับผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนทราบข้อมูลมาว่ามีเพื่อนผู้หญิงของผู้ตายได้ส่งข้อความ และตำแหน่งที่อยู่ไปให้กับผู้ตาย และอ้างว่าถูกทำร้ายร่างกายต้องการความช่วยเหลือ กลุ่มของผู้ตายจึงเดินทางมาตามที่อยู่ที่หญิงสาวส่งไปให้ แต่พอมาถึงก็ไม่เห็นหญิงสาวเชื่อว่าเป็น การลวงให้มาโดนยิง

และทราบว่าแก๊งทั้ง 2 แก๊ง คือ แก๊งของผู้ตาย และแก๊งของผู้เกิดเหตุ มีเรื่องกันมาตั้งแต่ งานรำวงย้อนยุคที่จัดขึ้นพื้นที่ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ และที่ผ่านมาทั้ง 2 แก๊ง ก็มีเรื่องมีราวกันมาโดยตลอด เพราะทั้ง 2 แก๊งไม่ถูกกัน คือแก๊งสันป่าตอง กับแก๊งดอยหล่อ ซึ่งแก๊งดอยหล่อ อยู่ในกลุ่มของคนตาย มักรวมตัวกันบริเวณสะพานข้ามน้ำปิงไปฝั่ง ต.บ้านเรือน อ.ป่าซาง จ.ลำพูน

ทางด้าน พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้ มีผู้เสียชีวิตเป็นเด็กชายอายุ 15 ปี มีผู้บาดเจ็บอีกสองราย ในตอนนี้จากการสอบถามพยานผู้บาดเจ็บทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีการทะเลาะวิวาทจากกลุ่มคู่อริเดิมซึ่งอยู่เขต อ.สันป่าตอง ซึ่งเป็นเขตติดต่อของ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน เมื่อไปเจอกันก็ถูกขับขี่รถไล่ติดตาม จนกระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุก็ถูกอาวุธปืน ที่คาดว่าเป็นอาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ ยิงจากทางด้านหลังทำให้เด็กที่อยู่ด้านหลังสุด ถูกกระสุนและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ อีกสองคนได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้ผบช.ภ.5 ก็ได้สั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง จ.ลำพูน จ.เชียงใหม่ บูรณาการร่วมกันสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุในคดีนี้ ซึ่งจากการรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงการสอบปากคำพยานพอที่จะทราบกลุ่มของผู้ก่อเหตุแล้ว ซึ่งคาดว่าน่าจะมีกันหลายคน ตอนนี้กำลังไล่ตรวจสอบรายละเอียดของกลุ่มผู้ก่อเหตุ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ที่อายุเกิน 18 ปี และอายุต่ำกว่า 18 ปี แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการสืบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากนี้ก็จะรวบรวมพยานหลักฐาน และออกหมายจับผู้ก่อเหตุเพื่อนำตัวมาดำเนินคดี

ปัจจุบันนี้อยู่ระหว่างสืบสวนทราบแล้วว่า เป็นกลุ่มไหนที่ทำการก่อเหตุ สำหรับสาเหตุในการก่อเหตุก็น่าจะมาจากสาเหตุส่วนตัว ข้อหาที่ตั้งก็จะเป็นฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนจุดที่ว่าจะมีการใช้ผู้หญิงเป็นนกต่อในการล่อผู้เสียชีวิตมายังจุดเกิดเหตุ ตอนนี้แค่เป็นเพียงคำให้การเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่ก็จะรวบรวมข้อมูลต่อไป
ทางด้าน นางชวนวัลย์ หรือ ยายจิ๋ม อายุ 77 ปี อยู่หมู่ 1 ต.หนองตอง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ย่าของผู้ตายที่พักอยู่ด้วยกัน เล่าว่า น้องไอติม ผู้ตายได้มาอาศัยด้านหลังบ้านของย่า และแม่สั่งห้ามคบเพื่อนฝูงทุกคนเพราะมักชวนกันไปเที่ยวเป็นกลุ่มก้อนหวั่นอันตราย เพราะออกนอกบ้านไปก็ไม่รู้ไปทำอะไรบ้าง แม่น้องไอติมจึงให้มานอนที่บ้านเล็กหลังบ้านเพียงลำพัง และจะล็อคประตูตอนค่ำคืนไม่ให้ออกบ้าน ซึ่งน้องเป็นคนที่ไม่ยุ่งกับใคร มักอยู่คนเดียวคล้ายกับเด็กเก็บกด หลังจากจบ ป.6 ก็ไม่เรียนต่อแล้ว

เมื่อคืนเที่ยงคืนทางแม่และย่า เข้านอนกันและมีเสียงหมาเห่าจึงลุกไปดู ปรากฎว่าน้องได้กระโดดออกทางหลังคาบ้านแล้วขึ้นรถเพื่อนหนีไปกับเพื่อน โดยทราบว่าเพื่อนถูกทำร้ายขอความช่วยเหลือจากน้องไอติม จึงหนีออกบ้านจนกระทั่งตีสี่กว่า มีเจ้าหน้าที่โทรมาบอกว่าน้องถูกยิงเสียชีวิต และเพื่อนบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้ทางแม่และครอบครัวยังทำใจกับเหตุการณ์ไม่ได้ อยากจะให้ติดตามจับคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว
ขณะที่ศพตอนนี้ยังไม่อยากจะเอาออกจากโรงพยาบาล จะฝากไว้ที่โรงพยาบาลก่อน และจะปรึกษากันว่าจะเอามาประกอบพิธีวัดไหนยังสรุปไม่ได้ ซึ่งทางด้านแม่ของน้องไอติมยังปฎิเสธจะให้ข่าว เพราะไม่พร้อมที่เพิ่งสูญเสียลูกไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น