เชียงราย ด่านปู่แกง รวบหนุ่มซุกยาบ้า 300,000 เม็ดในช่องลับ

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจปูแกง สภ.พาน จ.เชียงราย ภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจตรีทรงกริช ออนตะไคร้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย พันตำรวจเอก วิชัย ไชยอิ่นคำ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพาน นำโดย พันตำรวจโท สุรพัศ ธรรมปัญญา สวป.สภ.พาน พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ทำการสกัดจับกุมนายสุรศักดิ์ พรมภิบาล หรือ นิว อายุ 34 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 502 หมู่ที่ 4 ต.สันทราย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนประมาณ 300,000 เม็ด


การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. ของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากจากพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ตอนบนของจังหวัดเชียงราย เพื่อส่งต่อไปยังพื้นที่ชั้นในของประเทศ โดยใช้รถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อ ISUZU รุ่น MU-X สีดำ จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาและตั้งจุดตรวจบริเวณด่านตรวจปูแกง ต.แม่เย็น อ.พาน จ.เชียงราย


ต่อมาเวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถยนต์คันดังกล่าวขับมาจากทางทิศเหนือมุ่งหน้าไปทางจังหวัดพะเยา จึงส่งสัญญาณให้หยุดรถและขอทำการตรวจค้น พบนายสุรศักดิ์เป็นผู้ขับขี่มาเพียงลำพัง ผลการตรวจค้นพบยาบ้าบรรจุในถุงพลาสติกและแพ็คด้วยกระดาษไขซุกซ่อนอยู่ช่องลับที่ดัดแปลงภายในห้องโดยสาร โดยพบยาบ้ารวมทั้งหมดประมาณ 300,000 เม็ด น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 40 กิโลกรัม

จากการซักถามเบื้องต้น นายสุรศักดิ์ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า ตนได้รับค่าจ้างในราคากระสอบละ 80,000 บาท โดยได้รับเงินค่าจ้างล่วงหน้ามาแล้ว 50,000 บาท ตนจึงไปรับยาบ้าจำนวน 3 กระสอบที่วางทิ้งไว้ข้างทาง ในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดเชียงราย จากนั้นได้นำมาแกะแยกหีบห่อและซุกซ่อนไว้ตามจุดต่างๆ ภายในตัวรถเพื่ออำพรางการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ก็ไม่พ้นสายตาและถูกจับกุมได้ดังกล่าว


เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน, ยาบ้า) โดยมีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนอันก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” รวมถึงข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.พาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น