สลดท่าวังผา! รวบเพื่อนสนิทฆ่าโหดพ่อค้าลอตเตอรี่พิการ ยัดกระสอบทิ้งแม่น้ำน่าน อ้างโมโหทวงหนี้ ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เร่งคลี่ปมฆ่าชิงทรัพย์
คดีสะเทือนขวัญเมืองน่าน ตำรวจ สภ.ท่าวังผา รวบเพื่อนสนิทวัย 43 ปี ต้องสงสัยฆ่าโหด “หง่า” พ่อค้าลอตเตอรี่พิการวัย 45 ปี ก่อนยัดศพใส่กระสอบปุ๋ยนำไปทิ้งแม่น้ำน่าน หลังหายตัวพร้อมรถจักรยานยนต์และแผงลอตเตอรี่ตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาอ้างปมทวงหนี้ 5,000 บาทจนเกิดความโมโห แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เร่งสอบสวนขยายผลประเด็นฆ่าล้างหนี้หรือประสงค์ต่อทรัพย์
เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2569 ความคืบหน้ากรณีญาติประกาศตามหา นายทัตธพงษ์ หรือ “หง่า” อายุ 45 ปี ผู้พิการประกอบอาชีพขายลอตเตอรี่ ซึ่งหายตัวออกจากบ้านพร้อมรถจักรยานยนต์ แผงลอตเตอรี่ และเงินสดจำนวนหนึ่ง เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2569 เวลาประมาณ 17.00-18.00 น. ก่อนญาติ ชาวบ้าน เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย อบจ.น่าน มูลนิธิเพชรเกษมน่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมกำลังออกค้นหาอย่างต่อเนื่อง
กระทั่งวันที่ 13 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ท่าวังผา ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและรวบรวมพยานหลักฐาน พบความผิดปกติเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์ของผู้สูญหาย โดยช่วงเย็นวันเกิดเหตุพบผู้ตายขี่รถพร้อมสะพายแผงลอตเตอรี่ผ่านหมู่บ้าน ก่อนช่วงประมาณ 21.00 น. พบชายชื่อ “เอก” (นามสมมติ) อายุ 43 ปี ขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวผ่านไปมาในหมู่บ้าน จึงเชิญตัวมาสอบปากคำ
ระหว่างสอบสวน เมื่อตำรวจแจ้งว่ามีพยานพบเห็นผู้ต้องสงสัยขี่รถจักรยานยนต์ของผู้ตาย เจ้าตัวจึงรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุฆ่านายหง่า ก่อนนำศพไปทิ้งเพื่ออำพรางคดี
จากคำให้การเบื้องต้น ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นเพื่อนสนิทกับผู้ตาย และเคยซื้อลอตเตอรี่แบบติดค้างเงินหลายครั้ง โดยเป็นหนี้อยู่ 10,000 บาท ชำระคืนไปแล้ว 5,000 บาท เหลือหนี้อีก 5,000 บาท วันเกิดเหตุได้ติดต่อผู้ตายเพื่อนัดชำระเงินคืนบางส่วน โดยตกลงกันว่าจะขี่รถไปพบกันตามจุดนัดหมาย
ผู้ต้องหาอ้างว่า ก่อนออกไปพบผู้ตายได้ดื่มสุรากับเพื่อนจนมึนเมา เมื่อขี่รถไปถึงบริเวณทางเข้าสวนยางพาราแห่งหนึ่ง พบผู้ตายโบกให้จอดรถ ก่อนมีปากเสียงเรื่องหนี้สิน โดยผู้ตายขู่ว่าหากไม่ใช้เงินคืน จะไปทวงถามจากแม่ยายและภรรยาของตน ทำให้เกิดความโมโห จึงเข้าไปบีบคอผู้ตายจนล้มลง ก่อนหยิบท่อนไม้บริเวณใกล้เคียงทุบตีซ้ำจนแน่นิ่ง
เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบว่าผู้ตายเสียชีวิตแล้ว ผู้ต้องหาจึงลากศพเข้าไปในสวนยางพารา ก่อนขี่รถออกไปหากระสอบปุ๋ย นำศพใส่กระสอบแล้วขนขึ้นรถจักรยานยนต์ไปทิ้งในแม่น้ำน่าน โดยอ้างว่าจุดทิ้งศพอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร
หลังรับคำให้การ เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบตามจุดต่าง ๆ พบหลักฐานสำคัญหลายรายการ จุดแรกบริเวณสวนยางพาราพบรอยเลือดริมถนน หน้ากากอนามัยเปื้อนเลือด และท่อนไม้ที่คาดว่าใช้ก่อเหตุ จุดที่สองบริเวณห้างนาของผู้ต้องหา พบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายจอดซุกซ่อนอยู่ โดยมีการป้ายทะเบียนออก ส่วนจุดที่สามบริเวณริมแม่น้ำน่าน ซึ่งผู้ต้องหาระบุว่าเป็นจุดทิ้งศพ ไม่พบหลักฐานเพิ่มเติมในเบื้องต้น
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยและญาติผู้ตายได้ระดมกำลังค้นหามานานกว่า 3 วัน โดยช่วงเช้าวันที่ 14 ต.ค. แบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด ชุดหนึ่งล่องเรือตามกระแสน้ำ อีกชุดขับเรือค้นหาทวนน้ำ กระทั่งเวลาประมาณ 13.00 น. ได้รับแจ้งพบศพอยู่ในกระสอบติดกับกิ่งไม้บริเวณบ้านดอนแก่ง ต.ตาลชุม อ.ท่าวังผา จ.น่าน ห่างจากจุดที่ผู้ต้องหาอ้างว่าทิ้งศพกว่า 10 กิโลเมตร
สภาพศพขึ้นอืด โดยมีมือและเท้าโผล่ออกมาจากปากกระสอบที่ไม่ได้มัด เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการเก็บกู้ ก่อนนำส่งแผนกนิติเวช โรงพยาบาลน่าน เพื่อชันสูตรพลิกศพและตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด
จากข้อมูลของญาติและเจ้าหน้าที่ ผู้ตายมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับเลือด ประกอบอาชีพเร่ขายลอตเตอรี่และปล่อยเงินกู้ โดยปกติมักสวมสร้อยทองเส้นใหญ่และพกเงินสดจำนวนมาก ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าในวันเกิดเหตุผู้ตายอาจมีเงินสดติดตัวกว่า 30,000 บาท ส่วนสร้อยทองไม่ได้สวมไปด้วย เนื่องจากฝากไว้กับมารดา
ขณะที่ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องหาระบุว่า ชื่นชอบเล่นการพนันชนไก่และมักซื้อลอตเตอรี่จากผู้ตาย อย่างไรก็ตาม คำกล่าวอ้างเรื่องหนี้สินและการก่อเหตุเพราะความโมโหยังต้องได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติม
เบื้องต้นตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด เนื่องจากผู้ต้องหาให้ข้อมูลเกี่ยวกับจุดทิ้งศพไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในช่วงแรก โดยอ้างว่านำศพไปทิ้งในสระน้ำ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลาระดมค้นหาถึง 4 สระ ก่อนจะให้การว่าทิ้งศพลงแม่น้ำน่านในเวลาต่อมา
เจ้าหน้าที่จึงเร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อคลี่คลายปมสังหาร โดยให้น้ำหนักทั้งประเด็นฆ่าจากความขัดแย้งเรื่องหนี้สิน และการฆ่าเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ พร้อมตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ตายและพฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุอย่างละเอียด
ขณะนี้ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมแจ้งข้อหาเบื้องต้นเกี่ยวกับการฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและการซ่อนเร้นอำพรางศพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยจะสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อพิสูจน์แรงจูงใจที่แท้จริงต่อไป




ร่วมแสดงความคิดเห็น