เชียงใหม่ – เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 16 ต.ค.69 ตำรวจ ปทส. (กก.4 บก.ปทส.), เจ้าหน้าที่ทหาร ชบ.13 และหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 1 สปป.3 (ภาคเหนือ) อุทยานแห่งชาติศรีลานนาและอุทยานแห่งชาติผาแดงสนธิกำลัง เข้าจู่โจมจับกุมขบวนการลักลอบตัดและขนย้ายไม้ประดู่แปรรูปรายใหญ่ บริเวณป่าห้วยปลาปรุง ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเชียงดาว และเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ท้องที่บ้านปางมะเยา ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ผู้ก่อเหตุพากันแตกตื่นวิ่งหลบหนีสามารถจับกุมได้ 1 ราย
ทั้งนี้ก่อนการจับกุมสืบเนื่องจาก นายอานนท์ กุลนิล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่ามีกลุ่มทุนลักลอบตัดและขนย้ายไม้มีค่าในพื้นที่ จึงสั่งการให้ชุดปฏิบัติการร่วมใช้ระบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (SMART Patrol) ออกลาดตระเวนและวางกำลังดักซุ่มอยู่ในป่าลึกนานถึง 2 คืน จนกระทั่งช่วงค่ำของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.30 น. เจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ผิดวิสัย จึงเข้าตรวจสอบพบกลุ่มชายประมาณ 8 คน กำลังถ่ายโอนไม้ประดู่แปรรูปจากรถกระบะขึ้นรถบรรทุก 6 ล้อ
เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวและส่องไฟเข้าตรวจสอบ กลุ่มคนร้ายได้แตกตื่นหลบหนี โดยมี 2 คนขับรถกระบะพุ่งเปิดทางหลบหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ยิงยางรถสกัดไว้แต่ไม่ทัน อีก 5 คนอาศัยความมืดในป่าวิ่งหลบหนีไปได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 1 ราย คือ นายปรีดารุ่ง นิยมชัย อายุ 41 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิยึดไม้ประดู่ใหญ่-ของกลางหลายรายการ
จากการตรวจค้นพื้นที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย
ไม้ประดู่แปรรูปจำนวน 31 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 3.14 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นมูลค่าความเสียหายแก่รัฐ 219,800 บาท
รถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อเสริมข้าง ทะเบียน สุโขทัย จำนวน 1 คัน
รถกระบะบรรทุก ยี่ห้อ MITSUBISHI ทะเบียน เชียงใหม่ และ ยี่ห้อ TOYOTA REVO ทะเบียน เชียงใหม่ รวม 2 คัน
รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน
สารภาพรับจ้างขนส่ง 10,000 บาท
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายปรีดารุ่ง ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ตนได้รับการว่าจ้างจากนายทุนชื่อ “นายสมบัติ” ให้ขับรถบรรทุก 6 ล้อ มารับไม้ประดู่แปรรูปดังกล่าวเพื่อนำไปส่งในพื้นที่ อ.สูงเม่น จ.แพร่ โดยได้รับค่าตอบแทนจำนวน 10,000 บาท
ขยายผลยึดทรัพย์ผู้ร่วมขบวนการเจ้าหน้าที่ได้ลงตราประทับไม้ของกลาง และควบคุมตัวนายปรีดารุ่ง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ พร้อมแจ้งข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484, พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ในข้อหาร่วมกันทำไม้ แปรรูปไม้ และมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่กฎหมายกำหนดโดยไม่ได้รับอนุญาต
พนักงานสอบสวนเตรียมออกหมายเรียกผู้มีชื่อเป็นเจ้าของรถกระบะของกลางอีก 2 ราย คือ นางสาวพิไรภรณ์ พุทธวงค์ และนายชัยสิทธิ์ หล่อเลาะ มาสอบสวนขยายผล เพื่อติดตามกลุ่มผู้ต้องหาที่หลบหนีและนายทุนมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





ร่วมแสดงความคิดเห็น