ยาเหน็บหรือยาสอดริดสีดวงทวาร ที่หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินชื่อกันมาบ้างแล้ว แต่อาจจะยังไม่เคยใช้เนื่องจากยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้งาน และประสิทธิภาพของการรักษา ว่าจะมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายหรือไม่ มีขั้นตอนทำอย่างไร การใช้ยาเหน็บสามารถรักษาริดสีดวงได้จริงไหม ในบทความนี้เรามีคำตอบสำหรับทุกข้อสงสัยมาเฉย แต่ก่อนอื่นเราจะพามาทำความรู้จักกับยาเหน็บไปพร้อมๆกัน

ทำความรู้จักยาเหน็บริดสีดวงคืออะไร
ยาเหน็บริดสีดวง คือ ขี้ผึ้งเครือบตัวยาชนิดแท่ง สำหรับใช้สอดทวารหนัก เพื่อรักษาอาการอักเสบ ปวด บวม คันจากริดสีดวง โดยมีส่วนผสมของตัวยาที่ออกฤทธิ์ระงับความรู้สึก และลดการอักเสบที่ชนิดสเตียรอยด์ ได้แก่ Hydrocortisone, Prednisolone, Fluocortolone, Benzocaine และ Zinc Oxide และตัวยาชนิดอื่น ๆ ได้แก่ Phenylephrine และ Tribenoside เป็นต้น
กลไกลการออกฤทธิ์ของยาเหน็บริดสีดวง
ยาเหน็บริดสีดวงจะมีหลักการทำงานโดย Phenylephrine (ฟีนิลเอฟรีน) เป็นยาลดอาการบวมของหลอดเลือดซึ่งอยู่ในกลุ่มยาที่เรียกว่า Amine sympathomimetic ที่ออกฤทธิ์ระงับความรู้สึก ทำให้บริเวณทวารหนักมีอาการชาชั่วคราว ลดการอักเสบ ลดอาการปวด บวมแดง และอาการคันบริเวณรูทวารหนัก รวมถึงช่วยรักษาอาการถ่ายเป็นเลือด ซึ่งมักใช้ร่วมกับกลุ่มยาระงับความรู้สึก ได้แก่ (Lidocaine) หรือ ชื่อการค้าว่าไซโลเคน (Xylocaine) นั่นเอง
ยาเหน็บริดสีดวงรักษาอาการอะไรได้บ้าง
- รักษาอาการ เจ็บ ปวด บวม แดงจากการอักเสบของริดสีดวง
- รักษาอาการคันรอบรูทวาร จากการติดเชื้อที่แผล
- รักษาอาการหลอดเลือดดำที่ปลายทวารโป่งพอง
- รักษาอาการติ่งริดสีดวงให้ฝ่อยุบตัว และแห้งไว
- รักษาอาการเลือดหยด ไหลหลังการถ่ายอุจจาระ
ใครบ้างที่เหมาะกับการใช้ยาเหน็บริดสีดวง
- เหมาะกับคนที่มีอาการของริดสีดวงภายในและภายนอก
- เหมาะกับคนที่มีติ่งริดสีดวงโผล่ออกมานอกรูทาวร
- เหมาะกับคนที่มีเลือดไหลหลังการขับถ่าย
- เหมาะกับคนที่ทานยาสมุนไพรรักษาริดสีดวงและต้องการเห็นผลที่เร็วขึ้น
- เหมาะกับคนที่ริดสีดวงยังไม่มีอาการอักเสบ หรือติดเชื้อที่รุนแรง
- เหมาะกับคนที่ต้องการักษาริดสีดวงด้วยตัวเอง และไม่ต้องการผ่าตัด

ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการใช้ยาเหน็บริดสีดวง
- ไม่เหมาะกับผู้ที่แพ้สเตียรอยด์ เพราะเป็นส่วนผสมของยาเหน็บซึ่งอาจทำให้ริดสีดวงมีอาการแย่ลง
- ไม่เหมาะกับผู้ที่มีอาการริดสีดวงรุนแรง หัวริดสีดวงมีขนาดใหญ่ เป็นหนอง เลือดไหลไม่หยุด (ควรพบแพทย์เพื่อเข้ารักการรักษาด้วยวิธีอื่น) หากยังไม่แน่ใจว่าอาการที่ตัวเองเป็นอยู่เหมาะกับการรักษาด้วยวิธีไหนอ่านบทความ 10 วิธีรักษาริดสีดวงแบบธรรมชาติ ด้วยตัวเอง ให้หายเร็ว โดยไม่ผ่าตัด
- ไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคไทรอยด์เป็นพิษ และผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด
ยาเหน็บริดสีดวงอันตรายไหม? มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
ผลข้างเคียงปกติของการใช้ยา
- อาจทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ อาเจียน
- มีไข้อ่อนๆ นอนไม่หลับ
- รู้สึกปวดท้อง แสบร้อนบริเวณทวารหนัก
- ถ่ายเป็นเลือด หรือหนองในไหลออกมาจากทวาร
ผลข้างเคียงที่ผิดปกติควรไปพบแพทย์
- มีผื่นขึ้นที่ผิว
- มีอาการแพ้ยา เช่น มีอาการบวมที่ลิ้น ใบหน้า และลำคอ
- รู้สึกวิงเวียนศีรษะรุนแรง และหายใจลำบาก
ขั้นตอนการใช้ยาเหน็บริดสีดวง
เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เห็นผลชัดเจนรวดเร็ว และลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ควรใช้ยาตามคำแนะนำดังนี้
- ล้างมือให้สะอาดก่อนการใช้ยาเพื่อป้องกันเชื้อโรค
- หากยาเหน็บมีความนิ่มไม่เป็นทรง ให้นำเข้าไปแช่ตู่เย็น ให้ยาแข็งตัวเพื่อจะได้สอดง่ายขึ้น
- นอนตะแคงด้านข้าง งอเข่าข้างที่ถนัดขึ้นจนชิดอกขาด้านล่างเหยียดตรง แล้วค่อยๆสอดยอเข้าไป ให้ลึกที่สุด
- นอนในท่าเดิม ประมาณ 15-20 นาที เพื่อให้ยาละลายจดหมด
ข้อแนะนำในการใช้ยา
- ในขณะใช้ยาหากรู้สึกอยากถ่ายอุจจาระ ให้กลั้นไว้ก่อนประมาณ 15 นาที เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้เต็ม และไม่หลุดออกมา
- ควรเหน็บยาทันที หลังจากที่แกะยาออกจากซองเพื่อป้อกันไม่ให้ยาละลาย
- ควรเก็บยาไว้ในตู้เย็น เพื่อให้เม็ดยาคงรูป
- หากมีข้อสงสัยในการใช้ยาควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรให้เข้าใจก่อนใช้ยา
ยาเหน็บริดสีดวงต้องทำวันละกี่ครั้ง เวลาไหนบ้าง
แนะนำให้ใช้ยาวันละ 1-2 ครั้ง ต่อเนื่องอย่างน้อย 7 วันขึ้นไป หรือตามคำแนะนำของแพทย์และเภสัชกร แต่ไม่ควรใช้ยาติดต่อกันเกิน 3 สัปดาห์ เพราะในตัวยามีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ซึ่งอาจทำให้ริดสีดวงทวารมีอาการรุนแรงขึ้น
ข้อห้ามในการใช้ยาเหน็บริดสีดวง
- ห้ามผู้ที่มีมีประวัติแพ้สารสเตียรอยด์ทุกประเภท ใช้ยาเหน็บริดสีดวง
- ห้ามเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี ใช้ยาก่อนได้รับคำแนะนำจากแพทย์
- ห้ามรับประทานยาเหน็บริดสีดวง เพราะอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้
- ห้ามสตรีมีครรภ์ หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตรใช้นาก่อนได้รับอนุญาตจากแพทย์

ยาที่ไม่ควรใช้ร่วมกับยาเหน็บริดสีดวง
เนื่องจากยาบางชนิดอาจส่งผลต่อการใช้ยาเหน็บริดสีดวง เช่น ยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านอาการซึมเศร้ากลุ่ม MAOI ยาแก้ไอ ยาแก้ปวด วิตามินและอาหารเสริมบางชนิด ดังนี้ผู้ป่วยที่มีการใช้ยากลุ่มดังกล่าวจึงควรแจ้งให้แพทย์ทุกครั้งก่อน
ยาเหน็บริดสีดวง คนท้องใช้ได้ไหม?
การใช้ยาเหน็บระหว่างการตั้งครรภ์ยังไม่มีผลการวิจัย หรือผลการศึกษาที่ชัดเจนออกมายืนยัน ดังนั้นหากหญิงตั้งครรภ์มีภาวะของโรคริดสีดวงควรใช้ยาเหน็บริดสีดวงในปริมาณน้อยและอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ หรือเลือกใช้เป็นสเปรย์ริดสีดวงของ”อันโดะ”แทน เนื่องจากมีความอ่อนโยน และมีความปลอดภัยสูง สตรีมีครรภ์สามารถใช้ได้
ยาเหน็บริดสีดวงมีกี่ยี่ห้อต่างกันอย่างไร
ในปัจจุบันยาเห็นที่มีวางจำหน่ายตามร้านขายยาจะมีด้วยกัน 2 ยี่ห้อคือ
DOPROCT มีส่วนประกอบของตัวยาสำคัญคือ
- Hydrocortisone ยาสเตียรอยด์ที่ช่วยลดอาการคัน
- Zinc Oxide ช่วยลดการละคายเคือง
- Benzocaine เป็นยาชาเฉพาะจุดช่วยลดอาการปวด
Proctosedyl มีส่วนประกอบของตัวยาสำคัญคือ
- Hydrocortisone ยาสเตียรอยด์ที่ช่วยลดอาการคัน
- Cinchocaine HCL เป็นยาชาเฉพาะจุดช่วยลดอาการปวด
เหน็บยาริดสีดวงแล้วกี่วันถึงจะหาย?
ปกติแล้วจะใช้ระยะเวลาการรักษาอยู่ที่ประมาณ 1 สัปดาห์หรืออาจนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงและลักษณะของโรค ซึ่งหากอาการมีความรุนแรง เช่นอยู่ในระยะที่ 3-4 อาจต้องใช้ระยะเวลานานกว่าปกติ ขึ้นอยู่กับการดูแลของแพทย์
วิธีเก็บรักษายาเหน็บริดสีดวงที่ถูกต้อง
การเก็บรักษายาเหน็บที่ถูกต้องควรเก็บในตู้เย็นช่องปกติ (ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็ง) หรือเก็บได้ในอุณหภูมิห้องปกติ ที่ไม่มีความชื้น ไม่มีแสงแดด หรือความร้อนส่องถึง ที่สำคัญควรเก็บให้พ้นมือเด็ก และสัตว์เลี้ยง
สรุป
การใช้ยาเหน็บริดสีดวงเพื่อรักษาอาการ ควรทำร่วมกับการทานยาเพื่อให้เห็นผลการรักษาที่รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่หากคนไข้อยู่ในภาวะการตั้งครรภ์จำเป็นต้องมีการใช้ยาภายใต้การดูแลจากแพทย์ หรือสามารถใช้สเปรย์น้ำแร่ผสมสมุนไพรริดสีดวงแทนได้
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.andoridzy.com/ , https://hellokhunmor.com

ร่วมแสดงความคิดเห็น