ผิวแตกลาย ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งศัตรูตัวร้ายที่คอยทำลายความมั่นใจของสาว ๆมักจะเกิดกับคนที่น้ำหนักขึ้นไว และเหล่าคุณแม่ที่กำลังมีน้อง แม้จะสามารถใส่เสื้อผ้าปกปิดได้แต่ก็ทำลายความมั่นใจไปมากพอสมควร ในส่วนของวิธีการเยียวยา การใช้ “เลเซอร์รอยแตกลาย” ถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย และได้รับการยอมรับมากที่สุด วันนี้จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับสาเหตุของการเกิดรอยแตกลาย ชนิดของเลเซอร์ และขั้นตอนการรักษา จะมีอะไรบ้างตามมาดูกันได้เลย
รอยแตกลายเกิดจากอะไร
“รอยแตกลาย” หรือ “Stretch marks” เกิดจากการที่ผิวของเราขยายตัวเร็วเกินไปจนชั้นหนังแท้ฉีกขาด พอฉีกขาดอิลาสตินก็จะรีบเข้ามาทำการซ่อมแซมผิวอย่างรวดเร็วเพื่อปิดรอยฉีกบริเวณนั้น ๆ ทำให้เกิดเป็นรอยแตกลายนั่นเอง โดยรอยแตกลายมีด้วยกันสองชนิดคือ
1. รอยแตกลายสีแดง (Striae Rubra) เป็นรอยแตกที่เกิดขึ้นใหม่ ๆ โดยเกิดจากการที่ผิวหนังของเรายืดตัวเร็วจนเกินไป มักตอบสนองต่อการรักษาด้วยเลเซอร์ได้ดี และ
2. รอยแตกลายสีขาว (Striae Alba) เกิดจากรอยแตกลายสีแดงที่พอเวลาผ่านไปก็ได้เปลี่ยนเป็นสีขาว ซึ่งตอบสนองต่อการรักษาได้ยากกว่า
เลเซอร์รอยแตกมีอะไรบ้าง ?
การใช้เลเซอร์รอยแตกลายถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเห็นผลมากที่สุด โดยตัวเลเซอร์มีด้วยกัน 5 ชนิด คือ
1. PICOWAY : เป็นการยิงพลังงานลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ให้รอยแตกลายค่อย ๆ หายไป ความพิเศษของเลเซอร์ชนิดนี้ คือเค้าสามารถช่วยแก้ไขปัญหาผิวหน้าอื่น ๆ ได้ เช่น รักษารอยสิว ลบรอยกระ ลบรอยฝ้า ลบจุดด่างดำ หรือการลบรอยสัก ถือได้ว่าประโยชน์เยอะสุด ๆ ไปเลย
2. Dual Yellow Laser : เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานสองแบบ แบบแรกคือเลเซอร์สีเหลืองที่สามารถช่วยในการเยียวยารอยแดงบนผิว นอกจากนี้เลเซอร์สีเหลืองยังช่วยฟื้นฟูโครงสร้างคอลลาเจนใต้ผิวให้มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น ส่วนพลังงานแบบที่สองคือพลังงานเลเซอร์สีเขียวที่มีคุณสมบัติลดรอยดำ ได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรอยกระ รอยแผลเป็นจากสิว หรือรอยฝ้า เป็นต้น เลเซอร์เดียวแต่ประโยชน์คูณสองเลย
3. Fractional CO2 : เป็นเทคโนโลยีที่ปล่อยลำเลเซอร์ลำตรงเล็ก ๆ หลาย ๆ ลำแสงจากหัวยิงเดียว เพื่อให้พวกเลเซอร์เหล่านี้เข้าไปฟื้นฟูช่วยรักษาปัญหาผิว ผ่านกลไกที่กระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวใหม่และกำจัดเซลล์ผิวเดิมที่เสียหายออกไป ทำให้รอยแตกลายจางลงในลำดับต่อมา
4. VBeam : เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ Pulsed Dye Laser ที่ตอบสนองต่อรอยแดงได้ดี ทำให้นิยมนำมารักษารอยแตกลายแดงชนิด Striae Rubra โดยเลเซอร์จะเข้าไปกระตุ้นการสร้างเซลล์คอลลาเจนเพิ่มใต้ผิว เพื่อปรับสภาพให้ผิวที่เป็นรอยแดงค่อย ๆ กระจ่างใสมากยิ่งขึ้น
5. IPL (Intense Pulsed Light Laser) : เป็นเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียงสุด ๆ เพราะมีจุดเด่นในเรื่องของการฟื้นฟูสภาพผิว ทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อปรับสภาพผิวที่เป็นร่องลึก และแก้ไขรอยหมองคล้ำ ทำให้ผิวดูเปล่งประกายกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น
ขั้นตอนการเลเซอร์รอยแตกลาย
การทำเลเซอร์รอยแตกลายนั้นมีขั้นตอนที่ง่ายและไม่ซับซ้อนเลยนอกจากนั้นยังใช้เวลาไม่นานเพียงแค่ 5-10 นาทีเท่านั้น แต่หากมีการใช้ยาชาร่วมด้วยก็จะประมาณ 45 นาที ซึ่งจะมีขั้นตอนดังนี้
1. เจ้าหน้าที่จะให้เราเปลี่ยนชุดเป็นชุดที่สะดวกต่อการเลเซอร์รอยแตกลาย อาจจะเป็นเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้น หรือชุดคลุมอาบน้ำก็แล้วแต่ว่าคลินิกแต่ละที่จะจัดหาให้อย่างไร
2. จากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำความสะอาดผิวตรงส่วนที่ทำการยิงเลเซอร์ จะมีการทายาชา หรือไม่ทาก็ขึ้นอยู่กับชนิดของเลเซอร์ โดยมีการประคบเย็นเพื่อลดความเจ็บระหว่างรับบริการ
3. จากนั้นคุณหมอผู้เชี่ยวชาญจะเริ่มทำการยิงเลเซอร์รักษารอยแตกลายในบริเวณที่เรากังวลอย่างละเอียด
4. หลังจากยิงเลเซอร์เสร็จเรียบร้อย เจ้าหน้าที่จะทำการทาครีมเพื่อลดการระคายเคืองและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว แล้วให้เราเปลี่ยนกลับไปเป็นชุดเดิม พอเรียบร้อยสามารถเดินทางกลับบ้านได้เลย
การดูแลตัวเองหลังเลเซอร์รอยแตกลาย
หลังเลเซอร์เจ้าหน้าที่จะโทรกลับมาติดตามอาการ สิ่งที่เราควรทำคือปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมอเสมอ และหมั่นกลับมาเลเซอร์ตามจำนวนครั้งที่คุณหมอแนะนำ เพื่อให้ผลลัพธ์หลังการรักษาเป็นที่น่าพอใจ ที่สำคัญคือควรทามอยเจอร์ไรเซอร์หรือครีม เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวบริเวณที่เลเซอร์ เพราะผิวของเราหลังโดนเลเซอร์จะมีอาการแห้ง อาจจะเป็นขุย หรือมีสะเก็ดเล็ก ๆ ได้ ให้หมั่นทาบำรุงเพื่อกระตุ้นให้ผิวชุ่มชื้นอยู่เสมอ โดยข้อยกเว้นที่ควรเลี่ยงจะมีดังนี้
- งดสครับผิวหลังทำเป็นเวลา 2 สัปดาห์เนื่องจากจะเกิดความระคายเคืองได้ง่าย
- งดการออกไปเจอแสงแดดจัด ๆ รวมไปถึงการอาบแดด ซาวน่าซึ่งจะทำให้ผิวคล้ำและมีจุดด่างดำเกิดขึ้นได้ง่าย
- หลังเลเซอร์ใหม่ๆ ควรใส่เสื้อผ้าไม่รัดรูปเพื่อกันการเสียดสีของผิวและชุด
เลเซอร์รอยแตกลาย แพงไหม กี่ครั้งถึงจะหาย ?
เลเซอร์รอยแตกลายนั้นมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 700 – 4,000 บาทต่อครั้ง และอาจจะแพงได้มากกว่านั้นอีกขึ้นกับชนิดของเลเซอร์ที่ใช้และขนาดของรอยแตกลายนั่นเอง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการเลเซอร์ลบรอยแตกลายจะทำได้ครอบคลุมเกือบทุกบริเวณที่มีปัญหา เช่น น้ำท้อง ต้นขา สะโพก หรือแก้มก้น ซึ่งจำนวนครั้งที่ทำในแต่ละที่อาจแตกต่างกันไป โดยปกติมักจะจำเป็นต้องทำต่อเนื่อง 5 – 8 ครั้ง ประจำอย่างสม่ำเสมอทุก ๆ 2 สัปดาห์ ถึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ชัดเจนว่ารอยแตกลายเริ่มจางลง
เลเซอร์รอยแตกลายเจ็บไหม ?
ทั้งนี้การเข้ารับบริการเลเซอร์ลบรอยแตกลายอาจสร้างความรู้สึกเจ็บที่ผิวในระหว่างที่ทำได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้รุนแรง โดยทั่วไปจะอยู่ในระดับที่เรา ๆ อดทนได้ซึ่งความรู้สึกจะเหมือนเพียงแค่ถูกหนังยางดีดผิวขณะที่ยิงเท่านั้น
สรุป
การเลเซอร์รอยแตกลายอาจจะดูแพงในสายตาหลาย ๆ คน แต่เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่ขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากทั้งให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนในระยะเวลาที่น่าพอใจ ได้มาตรฐาน ทั้งนี้ที่จำเป็นต้องทำต่อเนื่อง 5 – 8 ครั้ง ประจำทุก ๆ 2 สัปดาห์ เพราะรอยแตกลายเป็นปัญหาที่รักษาได้ยากมาก ๆ บางคนทาครีมไปปี ๆ ยังไม่หาย แถมยังใช้เวลา ความพยายาม และความอดทน ที่ไม่สามารถกะเกณฑ์ได้ว่าผลลัพธ์ที่ดีจะมาถึงเมื่อไหร่ การเลเซอร์จึงเป็นกระบวนการการรักษาที่ดีกว่าในทุก ๆ มิติ โดยในปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีเลเซอร์ให้เราได้เลือกหลายชนิด การรักษาผิวแตกลายจึงควรให้คุณหมอผู้เชี่ยวชาญประเมินรอยแตกของเรา และวางแผนการรักษาด้วยเลเซอร์ เพื่อให้ปัญหาของเราได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุดในราคาที่เราพึงพอใจ
แหล่งที่มาและข้อมูลจากเว็บไซต์ : https://www.gangnamlaserclinic.com/stretch-mark-removal-laser/
ร่วมแสดงความคิดเห็น