ฝุ่น PM 2.5 ฝันร้ายที่วนกลับมาทำร้ายชาวเชียงใหม่ในทุกปี

    เป็นที่ทราบกันดีว่าเชียงใหม่เป็น 1 ในเมืองที่มีอากาศที่ดีเป็นอันดับต้นๆของประเทศ และติดอันดับโลกได้ซึ่งก็เกิดจากการที่มีสภาพอากาศที่ดี ไม่เป็นมลพิษ ถือได้ว่าเป็นความสุขของชาวเชียงใหม่ที่ได้มีอากาศที่ดีได้ใช้ แต่ทว่าช่วงเวลาความสุขมันไม่ได้อยู่เสมอไป เมื่อถึงเวลาที่ฝุ่น  PM 2.5ได้วนกลับมาเยือนเมืองเชียงใหม่ในช่วงต้นปี ความสุขก็ได้ค่อยๆจางหายไปพร้อมกับฝุ่นควันที่เข้ามาแทน

    ฝุ่น PM 2.5 เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หากมีปริมาณฝุ่นเป็นจำนวนมากเกินก็จะส่งผลเสียเป็นอย่างมากต่อสุขภาพ เพราะขนจมูกของมนุษย์ไม่สามารถกรองมันได้ ทำให้เสี่ยงต่อโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ ซึ่งหน้ากากอนามัยธรรมดาไม่สามารถที่จะป้องกันได้จะต้องใช้หน้ากากเฉพาะที่สามารถกรองฝุ่น PM 2.5 ได้เท่านั้น นอกจากนี้ยังส่งผลเสียต่อทัศนียภาพทำให้ท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นควันนี้

     เชียงใหม่ถือเป็นหนึ่งเมืองจากทั้งในประเทศและนอกประเทศที่ประสบปัญหาเรื่อง PM 2.5 นี้ ไม่มีปีไหนเลยที่จะไม่เจอกับฝุ่นที่มีเยอะมากเสียจนไม่สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ เคยมีค่าฝุ่นที่สูงมากจนไปแตะอันดับ1 ของโลกในแง่ของเมืองที่มีสภาพอากาศที่เป็นมลพิษมากที่สุด ส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพของผู้คน อัตราการป่วยของผู้คนเพิ่มมากขึ้น มีหลายคนต้องป่วยโรคทางเดินหายใจเป็นจำนวนไม่น้อยร้ายแรงไปจนถึงขั้นเสียชีวิต ส่งผลกระทบต่อทั้งด้านเศรษฐกิจเพราะไม่มีใครอยากมาท่องเที่ยวในเมืองที่มีแต่ฝุ่น

     สาเหตุส่วนใหญ่ก็เกิดจากการที่มีการลักลอบเผาไม้ เผาข้าวโพด เผาเศษใบไม้ ซึ่งมันมีหลายพื้นที่ที่ลักลอบเผาไม่ได้มีการเผาแค่จุดหรือสองจุด มันยังมาจากประเทศเพื่อนบ้านที่ได้มีการเผาเช่นกัน ประกอบกับการที่มีรถจำนวนมากที่มีการสัญจรไปมาอยู่เต็มท้องถนนของเชียงใหม่ แม้จะมีการออกมาตรการต่างๆมาเพื่อป้องกันมีการแจ้งเตือนกันอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะป้องกันการเผาทำลายป่า ซึ่งมันก็มีคนที่ยอมให้ความร่วมมือและคนที่ไม่ยอมร่วมมือทำตาม จึงทำให้ปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 มันจึงไม่เคยจางหาย มันได้วันกลับมาเป็นฝันร้ายของชาวเชียงใหม่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนประชาชนทนไม่ไหวต้องมีการร้องเรียนเองเพราะมันรอไม่ได้แล้ว

    แล้วจะหาทางออกได้อย่างไรกับปัญหานี้ มีการออกมาตรการก็แล้วขอความร่วมมือก็แล้ว แต่มันก็ไม่เคยดีขึ้นเลย ต้องรอให้ฝนตกหรือช่วงฤดูฝนเท่านั้นจึงจะพอเป็นสิ่งที่ช่วยบรรเทาปัญหาไปได้ เชียงใหม่ควรจะจริงจังในการควบคุมมากกว่านี้หรือต้องแก้ปัญหาตรงจุดอื่น จึงจะช่วยทำให้ปัญหานีัมันหายไปเสียที คืนสุขภาพที่ดีให้แก่ชาวเชียงใหม่ ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังรอคอยวันที่ไม่ต้องกังวลเรื่องของฝุ่นอีกต่อไป

ที่มาจาก : https://www.pollutionclinic.com/home/faq/faq1-1.html

ร่วมแสดงความคิดเห็น