ขอบคุณสภาพัฒน์ฯ ที่ทำให้สังคมไทย เข้าใจ “การสร้างเสริมสุขภาพ” ดีขึ้น

เป็นข่าวดีมาก ที่ ที่ประชุมกลุ่มย่อยเพื่อยกร่างแผนพัฒนาฯฉบับที่ 14 สภาพัฒน์ฯ(สศช) : ในประเด็น “วางรากฐานระบบสวัสดิการสังคมและระบบการจัดการสุขภาพที่ยั่งยืน” ได้มีข้อสรุปส่วนหนึ่งว่า


“ การสร้างระบบสุขภาพเชิงป้องกัน ควรให้ความสำคัญกับ#การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ และให้#ทุกภาคส่วนร่วมรับผิดชอบ #ควบคู่กับการดำเนินมาตรการที่มีความคุ้มค่าและประสิทธิภาพสูง (Best Buys Policy ) อาทิ การใช้มาตรการทางภาษี การจำกัดการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ …… “

ที่ว่าเป็นข่าวดีมาก เพราะที่ผ่านๆมา สังคมไทยส่วนใหญ่ รวมทั้งผู้กำหนดนโยบายของประเทศ มีความเข้าใจว่า การลดปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ความสำคัญอยู่ที่การรณรงค์ให้ความรู้เป็นหลัก
และที่สำคัญมากๆคือคำว่า #ทุกภาคส่วนร่วมรับผิดชอบ เป็นการเน้นว่าไม่ใช่หน้าที่ของเพียงหน่วยงานด้านสุขภาพ เช่นกระทรวงสาธารณสุข สปสช และสสส อย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจไม่ถูกต้องในขณะนี้
ภาพอินโฟที่เผยแพร่โดยองค์การอนามัยโลก จะเห็นว่าในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงสุขภาพของประชาชน อาทิ การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา กินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ หวาน เค็ม และขาดการออกกำลังกาย
ต้องใช้ทั้งนโยบายด้านภาษี กฏหมายควบคุมสินค้าทำลายสุขภาพ การบังคับใช้กฏหมาย การทำสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการออกกำลังกาย ฯลฯ ซึ่งเป็นนโยบายที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญและนำมาปฏิบัติ นอกเหนือจากการรณรงค์ให้ความรู้
ประเทศไทยต้องควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้องรัง NCDs ที่เป็นสาเหตุการเจ็บป่วยและเสียชีวิตก่อนเวลา กว่า 70% ของคนไทย ปีละ 400,000 คน วันละ 1,000 คน ให้ดีกว่านี้ เพื่อลดความสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ งบรักษาสุขภาพ ที่ส่งผลลบต่อการพัฒนาประเทศ
ต่อแต่นี้ไป รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการเร่งรัดผ่านนโยบาย Best Buys มาตรการที่มีความคุ้มค่าและประสิทธิภาพสูง ในการควบคุม NCDs อย่างจริงจัง
โดยเฉพาะ เรื่องที่“ค้างท่อ”อยู่เช่น ภาษีบุหรี่ ภาษีเค็ม ร่างกฏหมายควบคุมการตลาดเครื่องดื่มและสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กฯลฯ

ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 22 สิงหาคม 2569
อ้่งอิง
https://www.nesdc.go.th/sdi-14082569/

ร่วมแสดงความคิดเห็น