กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผนึกพันธมิตร CAAT และ กสทช. เปิดปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับสนับสนุนภารกิจทางการแพทย์ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ถอดบทเรียน “ปัวโมเดล” ยกระดับ True SkyBridge สู่ อ.แม่แจ่ม เชียงใหม่ “แพลตฟอร์มบริหารจัดการการขนส่งและการดูแลสุขภาพอัจฉริยะแบบครบวงจร” ขนส่งยา เวชภัณฑ์ สิ่งส่งตรวจ และอุปกรณ์การแพทย์ ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย พร้อมเตรียมขยายผลเชื่อมโยงการบินแบบ Round-trip จากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว จ.น่าน ไปยัง 13 ชุมชนห่างไกล
วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ที่ หอประชุมโรงเรียนแม่แจ่ม อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับสนับสนุนภารกิจทางการแพทย์ (Medical Drone) เทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมี นายนรินทร์ กัลยาณมิตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ นพ.ปิยะ ศิริลักษณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 นพ.จักราวุธ จุฑาสงฆ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ นพ.จักรชัย ติตะบุตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูล เฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา อ.แม่แจ่ม พล.อ.อ. มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย นายพิชัย สุวรรณกิจบริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโทรคมนาคม กสทช. นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรทางการแพทย์ และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมกว่า 500 คน
นายพัฒนา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายพัฒนาระบบบริการสุขภาพตามแนวพระราชดำริ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และมีคุณภาพ โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ชายแดน พื้นที่ห่างไกล และพื้นที่ที่มีข้อจำกัดในการเดินทาง ตลอดจนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริการ ซึ่งโครงการนี้จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มุ่งลดข้อจำกัดด้านระยะทาง เวลาขนส่ง และการเดินทางที่ยากลำบาก ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที และช่วยลดความจำเป็นในการเดินทางของบุคลากรเข้าสู่พื้นที่เสี่ยงภัยในบางภารกิจ ด้วยความร่วมมือระหว่าง กระทรวงสาธารณสุข บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และภาคีเครือข่าย ทั้ง สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งได้ถอดบทเรียน “ปัวโมเดล” จากการนำร่องการใช้แพลตฟอร์ม True SkyBridge ครั้งแรก เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 และการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.น่าน มาขยายผลสู่พื้นที่แม่แจ่ม โดยมีโรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูล เฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงาน สนับสนุนการนำส่งยา เวชภัณฑ์ สิ่งส่งตรวจ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ระหว่างหน่วยบริการ ทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน
นายพัฒนา กล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการพัฒนารูปแบบการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยบริการและภาคีในพื้นที่ โดยจะติดตามและประเมินผลการใช้งานจริง ทั้งด้านความปลอดภัย ระยะเวลาขนส่ง และความต่อเนื่องในการสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อนำผลมาปรับปรุงระบบและพิจารณาขยายผลไปยังพื้นที่อื่นที่มีข้อจำกัดด้านการเดินทาง โดยมีเป้าหมายระยะยาว คือ การพัฒนาให้อากาศยานไร้คนขับทางการแพทย์เป็นส่วนหนึ่งของระบบบริการสุขภาพอย่างเหมาะสม สนับสนุนการดูแลประชาชนทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน และช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพ
ด้าน นายเอกราช กล่าวว่า ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะผู้นำบริษัทโทรคมนาคม-เทคโนโลยี มุ่งนำเทคโนโลยีเชื่อมโยงและสร้างคุณค่าแก่คนไทยและประเทศไทย ความสำเร็จของ True SkyBridge ที่ จ.น่าน ทำให้เห็นชัดว่า เทคโนโลยีโดรนไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการขนส่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตและการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชน ทั้งในภาวะปกติและสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเกิดภัยพิบัติ และก้าวสำคัญของ True SkyBridge ในวันนี้ คือ การยกระดับสู่ “แพลตฟอร์มบริหารจัดการการขนส่งและการดูแลสุขภาพอัจฉริยะแบบครบวงจร” (Full-Suite Intelligent Healthcare Logistics Platform) เชื่อมต่อ 3 ระบบทำงานร่วมกันบนแพลตฟอร์มเดียว ได้แก่ ระบบบริหารเส้นทางและการขนส่งทางอากาศ ระบบติดตามและประสานภารกิจจากศูนย์กลาง และ การใช้ข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศ แผนที่ภูมิประเทศ และ AI ช่วยวิเคราะห์พื้นที่และวางแผนภารกิจ โดยมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเครือข่ายสื่อสารของทรูเชื่อมข้อมูล ทำให้สามารถผสานหลากหลายรูปแบบการขนส่ง และบริหารจัดการตลอดเส้นทางขนส่งทั้งทางบกและทางอากาศ ทั้งนี้ True SkyBridge จะเป็นแพลตฟอร์มต้นแบบที่สามารถต่อยอดให้โรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุขอื่นๆ ทั่วประเทศสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในบริบทต่างๆ ได้ต่อไป
สำหรับปฏิบัติการโดรนทางการแพทย์ที่แม่แจ่มในครั้งนี้ มี 3 ภารกิจ คือ ภารกิจที่ 1: Critical NCD Care – ส่งยาถึงบ้าน เพื่อผู้ป่วยที่เดินทางไม่ได้ ทดสอบการนำส่งยาไปยังจุดรับที่กำหนด พร้อมระบบร่มชูชีพสำหรับส่งมอบยารักษาโรคถึงบ้านผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เส้นทางจากสนามโรงเรียนแม่แจ่มถึงบ้านผู้ป่วย ระยะการขนส่งทางบกไป–กลับ 28 กิโลเมตร ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 4 นาที ขณะที่โดรนใช้เวลาบินเพียง 14 นาที ภารกิจที่ 2: Intelligent Resilient Logistics ผสานทุกการขนส่ง เพื่อเข้าถึงทุกพื้นที่ เชื่อมรถขนส่ง–โดรน–รถจักรยานยนต์ ในแผนขนส่งเดียว โดยแพลตฟอร์ม True SkyBridge เชื่อมข้อมูลและติดตามการขนส่งตลอดเส้นทาง ตั้งแต่รถขนส่งออกจากโรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูล เฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา และทำการส่งต่อยา-เวชภัณฑ์ด้วยการบินโดรนไปยังสถานีอนามัยบ้านนาฮ่อง เนื่องจากสะพานและเส้นทางคมนาคมบางช่วงถูกตัดขาด รวมระยะทางขนส่งทั้งทางบกและทางอากาศไป-กลับ 69 กิโลเมตร และ ภารกิจที่ 3: Beyond the Distance ก้าวข้ามระยะทาง เชื่อมต่อทุกชีวิต ทดสอบบินอัตโนมัติระยะไกล 100 กิโลเมตร ใช้โดรน eVTOL บินจากสนามโรงเรียนแม่แจ่มสู่ลานโรงเรียนบ้านแม่อูคอ แม่ฮ่องสอน ระยะบินไป–กลับตามแผน 100 กิโลเมตร ใช้เวลาบินโดรน 1 ชั่วโมง 9 นาที ขณะที่การขนส่งทางบกมีระยะทาง ไป-กลับ 188 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางถึง 4 ชั่วโมง 40 นาที เพื่อทดสอบการวางแผนและติดตามเที่ยวบินระยะไกล รวมถึงการเชื่อมข้อมูลระหว่างโดรนและศูนย์ควบคุม ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับพัฒนาการขนส่งทางการแพทย์ข้ามพื้นที่ในอนาคต
ทั้งนี้ หลังจากนี้ จะมีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนบูรณาการกับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว จ.น่าน ในรูปแบบโครงการบินต่อเนื่อง 13 จุดยุทธศาสตร์ แบบ Round-trip จาก รพร.ปัว ไปยัง 13 ชุมชน โดยขาไปเป็นการขนส่งยา และ เวชภัณฑ์ Lab ส่วนขากลับ ขนส่งเลือด และสิ่งส่งตรวจจากชุมชน





ร่วมแสดงความคิดเห็น