ใกล้ถึงวันแห่งความรักเข้ามาทุกที ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ๆ สิ่งของที่ดูเข้ากับวันวาเลนไทน์มากที่สุด ก็คงไม่พ้น ช็อกโกแลต และดอกไม้ที่สื่อถึงความรัก ความห่วงใย ที่คู่รักนั้นคอยมอบให้กันและกัน

ถ้าพูดถึงดอกไม้ มันจะมีอะไรคลาสสิคไปกว่า “ดอกกุหลาบ” ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นดอกไม้ยอดนิยมประจำเทศกาลแห่งความรัก และดอกกุหลาบนั้นยังได้รับการยกย่องให้เป็นราชินีแห่งอุทยานอีกด้วย เมื่อใกล้ถึงวันวาเลน ไทน์ทีไร พ่อค้าแม่ค้าร้านขายดอกไม้ต่างยิ้มแก้มปริ เพราะวันวาเลนไทน์จะเป็นวันที่ดอกกุหลาบ ขายดีที่สุด!
ประเทศไทยเองก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศ ที่เมื่อถึงเทศกาลแห่งความรัก คู่รักทั้งหลายก็จะหอบหิ้วดอกกุหลาบที่เป็นสื่อทางใจมามอบให้กันและกันเสมอ


ทำไมต้องเป็นดอกกุหลาบ ?
ทุกคนเคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมเมื่อถึงวันวาเลนไทน์เราต้องให้ดอกกุหลาบ กุหลาบมีความหมายอย่างไร
ตามข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ดอกกุหลาบนั้นมีชื่อสามัญว่า “Rose” ขยายพันธ์ุโดยการตอนกิ่ง ลักษณะของกุหลาบนั้นมีทั้งไม้พุ่มและไม้เลื้อย ลำต้นและกิ่งจะมีหนาม ส่วนดอกของกุหลาบจะมีทั้งดอกเดี่ยวและเป็นช่อ กลีบดอกมีลักษณะใหญ่ มีไม่ต่ำกว่า 5 กลีบ กุหลาบนั้นมีกลิ่นหอมชวนดม และมีหลายสี เช่น แดง ขาว เหลือง ชมพู ฯลฯ อีกทั้งยังมีหลายชนิดด้วย

กุหลาบถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความโรแมนติก ซึ่งมีตำนานเล่าว่า ดอกกุหลาบเป็นเสมือนเครื่องหมายแทนการกำเนิดของ เทพธิดาวีนัส ซึ่งเป็นเทพแห่งความงาม และความรัก วีนัสเป็นที่รู้จักกันในชื่อ อโฟรไดท์ ในตำนานเทพของกรีกได้กล่าวไว้ว่า น้ำตาของเธอหยดลงปะปนกับเลือดของ อคอนิส คนรักของเธอที่ถูกหมูป่าฆ่า เลือดและน้ำตาหยดลงสู่พื้นแล้วกลายเป็นดอกไม้สีแดงเข้ม หรือดอกกุหลาบนั่นเอง
สรุปง่าย ๆ เลยก็คือ ดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ไม่แปลกที่คนเราจะมอบดอกกุหลาบให้กับคนรักในวันวาเลนไทน์ หรือ วันแห่งความรักประจำวันที่ 14 กุมภาพันธ์
เพราะกุหลาบกลายเป็นของขวัญ ของกำนัลสำหรับการแสดงความรัก และมักจะมีผู้เปรียบเทียบความงามของผู้หญิงเป็นเสมือนดอกกุหลาบ และผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์โลก ที่ได้รับสมญานามว่าเป็นผู้หญิงงามเสมือนดอกกุหลาบคือ พระนางคลีโอพัตรา ซึ่งพระนางยังได้เคยต้อนรับ มาร์ค แอนโทนี คนรักของพระนาง ในห้องซึ่งโรยด้วยดอกกุหลาบหนาถึง 18 นิ้ว หอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นกุหลาบ

ตำนานดอกกุหลาบเมืองไทย
ดอกกุหลาบเข้ามาเมืองไทยสมัยใดไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด แต่จากบันทึกของ ลา ลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บันทึกไว้ว่าได้เห็นกุหลาบที่กรุงศรีอยุธยา และตำนานดอกกุหลาบของไทยเล่ากันว่า เป็นบทละครพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 เรื่อง มัทนะพาธา ในเรื่องเล่าถึงเทพธิดาองค์หนึ่งชื่อ “มัทนา” ซึ่งนางได้มีเทพบุตรองค์หนึ่งชื่อ “สุเทษณะ” ซึ่งพระองค์ทรงหลงรักเทพธิดา “มัทนา” มากแต่นางไม่มีใจรักตอบ จึงถูกสาบให้ไปเกิดเป็นดอกกุหลาบ จึงกลายเป็นตำนานดอกกุหลาบแต่นั้นมา
อ้างอิง : ที่มาของดอกกุหลาบ
ร่วมแสดงความคิดเห็น