การลบรอยสักแต่ละวิธีมีข้อควรระวังอย่างไรบ้าง?

การลบรอยสักแต่ละวิธีมีข้อควรระวังอย่างไรบ้าง? เพื่อให้ลบได้อย่างปลอดภัย

ในอดีตการลบรอยสักค่อนข้างเป็นไปได้ยาก และหากทำได้ ก็จะเป็นการลบสีแค่บางส่วนออก และยังคงเหลือร่องรอยบางๆ ไว้บนผิวหนัง แต่ปัจจุบันวิธีการลบรอยสัก มีหลายรูปแบบด้วยกัน และผลลัพธ์ก็เป็นที่พอใจ เพราะลบรอยสักออกจนเกลี้ยง ราวกับว่าผิวหนังบริเวณนั้น ไม่เคยผ่านการสักใดๆ มาก่อน วันนี้จะมาแนะนำการลบรอยสักมีกี่แบบต่างกันอย่างไร รวมถึงข้อดี-ข้อเสีย ว่ามีอะไรบ้าง เพื่อเป็นประโยชน์และไว้พิจารณาก่อนตัดสินใจลบรอยสัก 

ลบรอยสักมีกี่แบบ แต่ละแบบเหมาะกับใคร 

ในปัจจุบันวิธีการลบรอยสักที่ได้รับมาตรฐาน และสามารถลบรอยสักออกได้หมดจนเกลี้ยง มี 4 วิธีดังนี้ 

1. ลบรอยสักด้วยการสักทับ (Tatoo camouflage) 

เป็นการปรับเปลี่ยนลายสักเดิมที่ไม่ต้องการแล้ว ด้วยการสักลายใหม่ทับลงไป อาจจะต้องใช้ความเข้มของสีสักที่มากขึ้น และขนาดลายสักต้องใหญ่พอที่จะปิดทับลายเดิม 

ข้อดี 

  • ไม่ต้องเสียเวลาลบรอยสักหลายครั้ง 

ข้อเสีย 

  • เสี่ยงติดเชื้อหากอุปกรณ์ที่สักไม่สะอาด 
  • ผลลัพธ์ทั้งรูปร่างและสีของลายสักใหม่อาจไม่สวยเท่ากับตอนสักในครั้งที่ผิวหนังยังบริเวณนั้นยังไม่เคยผ่านการสักมาก่อน 

เหมาะกับใคร  

  • ผู้ที่ชื่นชอบการสัก และต้องการสักเพิ่ม หรือสร้างลายใหม่ในตำแหน่งเดิม 

2. ลบรอยสักด้วยการศัลยกรรมขัดผิวหนัง (Dermabrasion) 

เป็นการใช้สารเคมีหรือสารให้ความเย็นร่วมกับยาชา ร่วมกับอุปกรณ์ขัดผิวหนัง เช่น แปรงขัด โดยทำการหมุนด้วยความเร็วบริเวณที่มีรอยสัก เพื่อขจัดเอาเม็ดสีลายสักออกไปจากชั้นผิวหนัง  

ข้อดี  

  • สีจะหลุดออกไปพร้อมสะเก็ดแห้งกังบริเวณรอบรอยสัก 

ข้อเสีย 

  • ผลลัพธ์ยังไม่แน่นอน 
  • ระหว่างที่ และหลังทำเสร็จมีอาการเจ็บปวดนานหลายวัน 

เหมาะกับใคร 

  • ผู้ที่มีรอยสักเล็กๆ  
  • ผู้ที่สักมานานแล้ว จนลายมีลักษณะจาง ซีด 

3. ศัลยกรรมผ่าตัดลบรอยสัก (Surgical Removal) 

ลบรอยสักด้วยการใช้มีดผ่าตัดลอกผิวหนังบริเวณที่มีลายสักออกแล้วทำการเย็บผิวหนังปิด หากเป็นลายสักขนาดใหญ่ อาจต้องตัดผิวหนังส่วนอื่นมาเย็บปิด ในปัจจุบันจึงไม่ได้รับความนิยม  

ข้อดี 

  • ผิวหนังไม่ทิ้งรอยสักไว้ให้เห็น เนื่องจากผิวหนังบริเวณนั้นถูกตัดออก 

ข้อเสีย 

  • หลังทำเกิดรอยแผลเป็น 
  • ค่าใช้จ่ายสูง 

เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีรอยสักขนาดเล็กเท่านั้น 

4. การลบรอยสักด้วยเลเซอร์ (Laser Surgery) 

วิธีลบรอยสักด้วยการใช้งานพลังเลเซอร์ส่งไปยังผิวหนังเพื่อสลายเม็ดสีให้น้ำหมึกที่สักลายแตกตัวเล็กลง และค่อยๆ ขับออกจากร่างกายจนหมด 

ข้อดี 

  • เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ 
  • รวดเร็ว ใช้เวลาในการทำไม่นาน 
  • ช่วยลดการติดเชื้อที่ผิวหนัง 
  • เลเซอร์ในบางรุ่นแทบไม่มีผลข้างเคียงหลังการทำ 
  • เลเซอร์ในบางรุ่น นอกจากลบรอยสักแล้วรักษาความผิดปกติของเม็ดสีในผิวหนังรูปแบบอื่นๆ เช่น กระ ฝ้า ปาน และรอยดำต่างๆ 

ข้อเสีย 

  • อาจมีรอยแดงหลังทำในเลเซอร์บางรุ่น 
  • ต้องทำซ้ำหลายครั้ง (แล้วแต่ขนาดของลายสักและสี) 

เหมาะกับใคร : ปัจจุบันเลเซอร์ลบรอยสัก เหมาะกับผู้ที่ต้องการลบรอยสักครอบคลุมเกือบทุกรูปแบบ ทั้งรอยสักขนาดเล็ก หรือใหญ่ รวมไปถึงความเข้ม ความสว่างของเม็ดสีที่ต่างระดับกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อควรระวังในการลบรอยสัก 

สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจเข้ารับการลบรอยสัก เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยต่อร่างกายของตัวเอง ดังนั้นห้ามทำเองโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นวิธีใช้ครีมลบรอยสัก ใช้ความร้อนจี้ผิวหนัง ล้วนแล้วแต่เป็นวิธีที่ไม่มีประสิทธิภาพและส่งผลร้ายต่อสุขอนามัยผิว นำมาซึ่งการเสี่ยงติดเชื้อ ผิวพุพอง อักเสบเป็นหนอง และเกิดเป็นแผลเป็นในอนาคตได้อีกด้วย 

การเตรียมตัวก่อนลบรอยสัก ต้องทำอะไรบ้าง 

  1. ควรเว้นระยะห่าง หลังจากการสักอย่างน้อย 4 สัปดาห์ 

เพื่อให้แผลผิวบริเวณที่สักก่อนหน้านี้แห้งหายดี ก่อนเข้ารับการลบรอยสัก 

  1. เข้ารับการปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง 

เพื่อประเมินถึงลายสักที่ตัวเองต้องการลบ ทั้งเรื่องของขนาด ตำแหน่ง และระดับความลึกของสีสัก จะได้ทราบว่าตัวเองเหมาะกับการลบรอยสักแบบไหน และผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไง 

  1. เช็กสุขภาพผิวหนังบริเวณที่ต้องการลบรอยสักให้พร้อม 

ผิวหนังบริเวณที่ต้องการลบรอยสัก จะต้องไม่มีแผล รอยข่วน หรือมีการอักเสบฟอกช้ำก่อนเข้ารับการลบรอยสัก เพราะไม่เช่นนั้นจะเป็นการซ้ำเติมผิวหนังให้แย่กว่าเดิม 

  1. หากเป็นผู้ที่ผิวหนังแพ้ง่าย ควรแจ้งแพทย์ก่อนเข้ารับการลบรอยสัก 

เพื่อแพทย์จะได้ทำการวิเคราะห์ วางแผนการรักษาอย่างถูกวิธีและเหมาะสมกับผิวเราที่สุด 

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการลบรอยสัก มีอะไรบ้าง 

  • การลบรอยสักแต่ละรอยใช้ระยะเวลาไม่เท่ากัน  

ขึ้นอยู่กับสี ขนาดของรอยสัก ระยะเวลาในการสักที่ผ่านมา ตำแหน่งของรอยสัก และระดับความลึกของการสัก 

  • การลบรอยสัก ไม่ลบรอยแผลเป็นที่เกิดจากการสักด้วย 
  • การลบรอยสัก อาจเกิดอาการเจ็บ บวม ระคายเคือง ผิวไหม้ 
  • เสี่ยงติดเชื้อ หากเข้ารับการลบรอยสักที่ไม่ได้มาตรฐาน  
  • สีผิวบริเวณที่ลบรอยสัก อาจจะมีความไม่สม่ำเสมอเหมือนเดิม 
  • ปฏิบัติตามข้อห้าม และวิธีดูแลตัวเองหลังลอบรอยสักตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งคัด  

สรุป 

ทุกวิธีลบรอยสัก จะต้องใช้ระยะเวลาอาจจะช้าหน่อย หรือบางคนต้องเข้ารับการลบรอยสักหลายครั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ไม่เหมือนการสักที่ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็เรียบร้อย ดังนั้นจะต้องให้เวลา และใจเย็น รวมถึงใส่ใจดูแลผิวบริเวณลบรอยสัก 

ร่วมแสดงความคิดเห็น