ปภ.แนะเรียนรู้เทคนิคขับรถผ่านจุดเสี่ยง ปฏิบัติตามกฎจราจร ลดเสี่ยงอุบัติเหตุ ในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง ประชาชนมักเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนา การเรียนรู้ทักษะในการขับรถผ่านเส้นทางเสี่ยงอย่างถูกวิธี รวมถึงการศึกษาและเลือกใช้เส้นทางล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การใช้รถ
ใช้ถนนมีความปลอดภัยมากขึ้น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงขอแนะข้อควรปฏิบัติในการขับรถผ่านเส้นทางเสี่ยงอุบัติเหตุ ดังนี้
ศึกษาและเลือกใช้เส้นทางที่ปลอดภัย
- ตรวจสอบสภาพเส้นทางล่วงหน้า จากแผนที่ เว็บไซต์ แอปพลิเคชันแนะนำเส้นทาง หรือสอบถามเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนการเดินทางและเลือกใช้เส้นทางที่ปลอดภัย
- ติดตามสภาพการจราจร โดยรับฟังจากสถานีวิทยุข่าวสารการจราจร ศึกษาข้อมูลจากแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟน จะได้วางแผนการเดินทางและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีสภาพการจราจรติดขัดสังเกตป้ายเตือนริมข้างทาง เช่น เครื่องหมายจราจร ป้ายบอกทาง ป้ายเตือน ป้ายจำกัดความเร็วรถ เป็นต้น พร้อมปฏิบัติตามป้ายเตือนอย่างเคร่งครัด จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

ทางโค้ง
- ลดความเร็วขับรถก่อนเข้าโค้ง โดยผ่อนคันเร่งและขับรถให้ช้ากว่าปกติ พร้อมเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เมื่อขับผ่านโค้งหักศอก ทางโค้งรูปตัวเอส ทางโค้งที่มีรัศมีแคบ ทางโค้งที่มีสิ่งบดบังทัศนวิสัยในการมองเห็น หากขับรถด้วยความเร็วสูง จะเสี่ยงต่อการเสียหลักมากกว่าทางตรง ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
- ขับรถเข้าโค้งอย่างระมัดระวัง ห้ามเหยียบเบรกให้รถหยุดในทันที หลีกเลี่ยงการแซงในขณะเข้าโค้ง เพราะจะทำให้รถเสียการทรงตัว ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้
- เพิ่มระดับความเร็วเมื่อขับพ้นโค้งเข้าสู่ทางตรง โดยค่อยๆ เร่งความเร็วรถตามปกติ ยึดหลัก “เข้าให้ช้า ออกให้เร็ว” หากเกิดเหตุฉุกเฉินจะสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที
จุดกลับรถ
- รถที่ขับผ่านจุดกลับรถ เพิ่มความระมัดระวังรถที่จอดล้ำช่องทางกลับรถ และชะลอความเร็วเมื่อขับผ่านจุดกลับรถ ไม่ขับชิดท้ายรถคันหน้ามากเกินไป เพราะหากรถคันหน้ากลับรถกะทันหัน จะไม่สามารถเปลี่ยนช่องทางจราจรได้ทัน ทำให้ เกิดอุบัติเหตุได้ เมื่อรถคันหน้าให้สัญญาณไฟเตรียมกลับรถ ให้เปลี่ยนช่องทางเมื่อรถที่ขับตามหลังมาอยู่ในระยะไกลจุดกลับรถ
- รถที่รอกลับรถ หยุดรอในจุดกลับรถ และไม่จอดล้ำช่องจราจรของเส้นทางตรง จากนั้นค่อยกลับรถเมื่อรถทางตรงอยู่ในระยะห่างที่ปลอดภัย และไม่ใช้ความเร็วสูง อีกทั้งไม่กลับรถบริเวณจุดบอด เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
จุดตัดทางรถไฟ
- ชะลอความเร็วรถและหยุดรถก่อนถึงจุดตัดทางรถไฟ เมื่อไม่มีรถไฟวิ่งผ่านมา ค่อยขับรถข้ามจุดตัดทางรถไฟ กรณีมีสัญญาณไฟจราจรบริเวณทางรถไฟ ไม่ควรหยุดหรือจอดรถคร่อมรางรถไฟ เพราะหากมีรถไฟวิ่งผ่านจะไม่สามารถเคลื่อนได้ทัน
- หากได้ยินเสียงสัญญาณเตือนรถไฟหรือแผงกั้นทางรถไฟปิดลงมา ควรหยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟ ในระยะไม่ต่ำกว่า 5 เมตร ไม่ยกแผงกั้นทางรถไฟ หรือเร่งความเร็วขับข้ามทางรถไฟอย่างเด็ดขาด เพราะหากเครื่องยนต์ขัดข้องหรือล้อติดกับร่อง ทางรถไฟ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
- กรณีขับผ่านเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย ควรหมั่นสังเกตป้ายเตือนสัญลักษณ์รูปทางรถไฟริมข้างทางหรือลูกคลื่นบนพื้นผิวถนน โดยเฉพาะเส้นทางที่ไม่มีแผงกั้นทางรถไฟหรือมีต้นไม้บดบังทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทาง รวมถึงการขับรถกลางคืนจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟ
ทางแยก
- กรณีเป็นทางแยกที่มีสัญญาณไฟจราจร ให้ปฏิบัติตามสัญญาณไฟอย่างเคร่งครัด เมื่อเห็นสัญญาณไฟเหลือง ให้ชะลอความเร็วและหยุดรถหลังเส้น ไม่ขับรถฝ่าสัญญาณไฟจราจรอย่างเด็ดขาด เพราะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
- กรณีเป็นทางแยกที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร ให้ชะลอความเร็ว หยุดรถ มองด้านซ้ายและด้านขวาจนแน่ใจว่าไม่มีรถขับผ่านหรือรถอยู่ในระยะไกล ค่อยขับรถผ่านทางแยก
- กรณีเป็นทางแยกรูปตัว Y ไม่ขับรถด้วยความเร็วสูง เพราะหากเบี่ยงเข้าเส้นทางไม่ทัน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งผู้ขับขี่ที่ไม่ชำนาญเส้นทางอาจเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน ทำให้รถที่ขับตามหลังมาชนท้าย

ร่วมแสดงความคิดเห็น