การขับรถเร็วเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในลำดับต้น ๆ ทำให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิต กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงขอแนะสาระน่ารู้เกี่ยวกับการใช้ความเร็วในการขับรถอย่างปลอดภัย ดังนี้
ขับรถเร็วเสี่ยงอุบัติเหตุอย่างไร
– มองเห็นเส้นทางและสภาพแวดล้อมไม่ชัด เนื่องจากขอบเขตการมองเห็นเส้นทางจะเคลื่อนตัวไปข้างหลังอย่างรวดเร็ว
– ระยะทางในการหยุดรถลดลง เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะไม่สามารถหยุดรถได้อย่างปลอดภัย
– ระยะเวลาในการแก้ไขเหตุฉุกเฉินลดลง จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง
– แรงปะทะเพิ่มขึ้น แรงปะทะจะเพิ่มขึ้นตามอัตราความเร็ว ยิ่งขับรถเร็วจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิต
ขับรถปลอดภัยใช้ความเร็วให้เหมาะสม
- ใช้ความเร็วเหมาะสมกับสภาพเส้นทางและปริมาณการจราจร โดยปฏิบัติตามป้ายจำกัดความเร็ว และเว้นระยะห่างระหว่างรถคันหน้าให้สัมพันธ์กับความเร็วในการขับรถ
- ใช้ความเร็วให้สัมพันธ์กับระยะที่สายตามองเห็น โดยเฉพาะในช่วงพลบค่ำ กลางคืน และเช้ามืด ซึ่งผู้ขับขี่มีขอบเขตในการมองเห็นเส้นทางจำกัด ควรใช้ความเร็วให้ต่ำกว่าปกติ
- ใช้ความเร็วให้สัมพันธ์กับระยะที่ไฟหน้าส่องถึง โดยไฟสูงจะส่องได้ไกลในระยะ 100 เมตร ไฟต่ำจะช่วยให้มองเห็นสิ่งกีดขวางได้ชัดเจนในระยะไม่เกิน 40 เมตร
- ลดความเร็วเมื่อขับรถผ่านเส้นทางเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะทางโค้ง ทางแยก ทางลาดชัน ทางขึ้น – ลงสะพาน ทางเบี่ยง เส้นทางในเขตชุมชนและโรงเรียน รวมถึงเส้นทางที่มีฝนตกหนัก และหมอกควันปกคลุมเส้นทาง
ความเร็วกับระยะเบรกหยุดรถอย่างปลอดภัย - ความเร็ว 40 กม./ชม. ระยะเบรกจนรถหยุด 18 เมตร
- ความเร็ว 60 กม./ชม. ระยะเบรกจนรถหยุด 34 เมตร
- ความเร็ว 80 กม./ชม. ระยะเบรกจนรถหยุด 54 เมตร
- ความเร็ว 90 กม./ชม. ระยะเบรกจนรถหยุด 66 เมตร
- ความเร็ว 100 กม./ชม. ระยะเบรกจนรถหยุด 80 เมตร

ร่วมแสดงความคิดเห็น