🩸เลือดกำเดาไหล ❌อย่าเพิ่งเงยหน้า!
แพทย์ มช. เตือน วิธีที่หลายคนทำ “ผิดมาตลอด”
“เลือดกำเดาไหล” เป็นอาการที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่อยู่ในสภาพอากาศร้อนหรือแห้ง แม้ส่วนใหญ่จะไม่อันตราย แต่หากปฐมพยาบาลไม่ถูกวิธี อาจทำให้เลือดไหลนานขึ้นหรือสำลักเลือดได้
❓เลือดกำเดาไหล เกิดจากอะไร?
สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่
- แคะหรือสั่งน้ำมูกแรงเกินไป
- อากาศแห้ง ทำให้เยื่อบุจมูกแตก
- ได้รับการกระแทกบริเวณจมูก
- เป็นหวัดหรือภูมิแพ้ ทำให้เยื่อบุจมูกอักเสบ
- ความดันโลหิตสูง (โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ)
- การใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด
- ความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
- ช่วง PM 2.5
✅ปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง
- นั่งตัวตรง และโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย
เพื่อป้องกันเลือดไหลย้อนลงคอ ซึ่งอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน หรือสำลักได้ - ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้บีบปีกจมูกทั้งสองข้าง หรือถ้ารู้ว่าออกจากข้างไหนให้กดปีกจมูกข้างนั้น
- บีบตรงส่วนที่นิ่มของจมูก ไม่ใช่บริเวณสันจมูก ค้างไว้ประมาณ 10–15 นาที โดยหายใจทางปาก และไม่ปล่อยมือเช็กเลือดบ่อย ๆ
- ประคบเย็นบริเวณสันจมูกหรือแก้ม
- ความเย็นช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ลดการไหลของเลือดได้
- เมื่อเลือดหยุดแล้ว หลีกเลี่ยงการแคะจมูก
- งดสั่งน้ำมูกแรง ๆ ประมาณ 24 ชั่วโมง
- งดออกกำลังกายหนัก ยกของหนัก หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงแรก
⚠️สิ่งที่ไม่ควรทำ
❌ เงยหน้าขึ้น เพราะเลือดจะไหลลงคอ
❌ นอนราบขณะเลือดกำเดาไหล
❌ ยัดกระดาษทิชชูหรือสำลีเข้าไปลึก ๆ ในรูจมูก
❌ ปล่อยมือทุก 1–2 นาทีเพื่อดูว่าเลือดหยุดหรือยัง เพราะจะทำให้ลิ่มเลือดหลุด
❓เมื่อไรควรรีบพบแพทย์?
ควรไปโรงพยาบาลทันที หากมีอาการต่อไปนี้
- เลือดไหลไม่หยุดหลังบีบจมูกต่อเนื่อง 15–20 นาที
- เลือดออกปริมาณมาก หรือไหลเร็วผิดปกติ
- เลือดกำเดาไหลหลังได้รับอุบัติเหตุที่ใบหน้าหรือศีรษะ
- เลือดกำเดาไหลบ่อย ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ
- มีอาการหน้ามืด ซีด เหงื่อออก ใจสั่น หรือหมดสติ
- ผู้ป่วยใช้ยาละลายลิ่มเลือด หรือมีโรคเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด
❓ป้องกันเลือดกำเดาไหลได้อย่างไร?
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- เพิ่มความชื้นในห้อง หากอากาศแห้ง
- ทาวาสลีนหรือเจลเพิ่มความชุ่มชื้นภายในโพรงจมูก (ตามคำแนะนำของแพทย์)
- หลีกเลี่ยงการแคะจมูกหรือสั่งน้ำมูกแรง
- ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- หากเลือดกำเดาไหลบ่อย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
💡ข้อควรรู้: เลือดกำเดาไหลส่วนใหญ่เกิดจากหลอดเลือดเล็ก ๆ บริเวณด้านหน้าของผนังกั้นจมูก ซึ่งสามารถหยุดได้ด้วยการบีบปีกจมูกอย่างถูกวิธี แต่หากเลือดออกบ่อยหรือหยุดยาก ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
ข้อมูลโดย รศ.ดร.นพ.บวร วิทยชำนาญกุล ผู้ช่วยคณบดีด้านทรัพยากรมนุษย์ และอาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ มช.
เรียบเรียง : นางสาวนันทพร ระบิน
ภาพ / ข่าว : งานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ติดตามผ่านทาง Facebook : https://cmu.to/VyD3y
#เลือดกำเดาไหล #MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #แพทย์สวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #MedCMUในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedCMU

ร่วมแสดงความคิดเห็น