ผมเชื่อว่า คนส่วนใหญ่ในสังคมไทย แม้แต่คนในแวดวงสาธารณสุข ยังไม่ค่อยเข้าใจ ความแตกต่างของคำว่า “ส่งเสริมสุขภาพ” กับ “สร้างเสริมสุขภาพ”
ช่วงปี 2539-42 ที่ผลักดันให้มี“กองทุนอิสระเพื่อสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพ” ตามหลักการของ Ottawa Charter for Health Promotion
มีหลายๆฝ่ายบอกว่า เรามี“สำนักส่งเสริมสุขภาพ” อยู่ในกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขอยู่แล้ว ไม่ต้องมีการตั้งหน่วยงานใหม่ เพราะจะทำงานซำ้ซ้อนกัน ถ้าอยากให้การส่งเสริมสุขภาพเข้มแข็งขึ้น ก็เพียงแค่จัดงบประมาณให้กรมอนามัยเพิ่มขึ้นก็แก้ปัญหาได้แล้ว
เราพยายามอธิบายว่า “กองทุนอิสระเพื่อสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพ“ ลักษณะงานที่ทำ แตกต่างจากที่กรมอนามัย หรือสถานบริการสุขภาพต่างๆที่ทำอยู่ แต่คนก็ยังไม่เข้าใจ เพระติดกรอบคิดเก่า
เราจึงเปลี่ยนไปใช้คำว่า ”สร้างเสริมสุขภาพ“ แทนคำว่า ”ส่งเสริมสุขภาพ“ เพื่ออาศัยชื่อที่แตกต่าง บอกถึงความแตกต่างของงานที่กองทุนที่ตั้งใหม่จะสนับสนุน
คำว่า”สร้าง“ เอามาจาก กลยุทธ์ข้อที่ 1 Build healthy public policy ของออตตาวา ชาร์เตอร์ กลยุทธ์ที่ 2 จัดให้มีสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ กลยุทธ์ที่ 3 สนับสนุนให้ชุมชนมีความเข้มแข็งเพิ่มขึ้น กลยุทธ์ที่ 4 เพิ่มทักษะ/ความรอบรู้เกี่ยวกับสุขภาพของบุคคล และกลยุทธ์ที่ 5 ปรับระบบบริการให้เน้นการสร้างเสริมสุขภาพ
จะเห็นว่า ลักษณะงานสร้างเสริมสุขภาพที่สสส.สนับสนุน มีกลยุทธ์ที่ 4 ที่ใกล้เคียงกับ“การให้สุขศึกษา”ที่กรมอนามัย/สำนักส่งเสริมสุขภาพ หรือหน่วยงานบริการสุขภาพอื่นทำอยู่
ข้อแตกต่างของงาน“ส่งเสริมสุขภาพ” ที่กรมอนามัยและหน่วยงานอื่นๆของการกระทรวงสาธารณสุขทำที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ งานส่งเสริมสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข ส่วนใหญ่เป็นการทำกับ“แต่ละบุคคล” ที่เข้ามาหาหน่วยงานต่างๆของกระทรวงสาธารณสุข
แต่งานที่กองทุนสสส.สนับสนุน หมายจะเป็น“ระดับประชากร” เป็นโครงการเชิงรุก ไม่ใช่ลักษณะงานบริการที่หน่วยงานบริการสุขภาพทำ
โครงการที่สสส.สนับสนุน จะไปทำงานกับ “หน่วยงานที่ไม่เกี่ยวกับสุขภาพ” มาทำโครงการ/กิจกรรม/จัดสิ่งแวดล้อม/ สร้างนโยบายที่จะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อให้สุจภาพดีขึ้น
งาน“ส่งเสริมสุขภาพ” ที่หน่วยงานกระทรวงสาธารณสุข กับงาน“สร้างเสริมสุขภาพ” ที่สสส.สนับสนุน จึง“เสริมพลังกัน” และครอบคลุมประชากรทั้งประเทศทั้งคนที่ยังไม่มีปัญหาสุขภาพและคนที่ป่วยแล้ว

ในภาพรวม ข้อมูลที่มีนักวิจัยชาวญี่ปุ่น นพ Akihito Watanabe มาทำไว้เมื่อปี พ.ศ.2553 จำนวนงบประมาณ“ส่งเสริม” บวกกับ “ สร้างเสริม”สุขภาพ “ ของประเทศไทยตกปีละ 30,000 กว่าล้านบาท
งบประมาณของสสส.เท่ากับ 7.3% ของงบส่งเสริม-สร้างเสริมสุขภาพทั้งหมด
สสส.จึงต้องรักษาหลักการที่จะสนับสนุนโครงการที่เข้าลักษณะกลยุทธ์ใดกลยุทธ์หนึ่งของออตตาวา ชาร์เตอร์ เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ ไม่ใช่เพียงให้สุขศึกษา
โดยเฉพาะการสนับสนุนด้านวิชาการ วิจัย เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงหลักๆ เพื่อใช้ในการชี้นำสังคม และสนับสนุนการกำหนด/ผลักดันนโยบายสาธารณะ อาทิ การออกกฏหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ การขึ้นภาษี การกำหนดให้มีพื้นที่ออกกำลังกาย ฯลฯ
โครงการที่สสส.สนับสนุนหลายๆโครงการ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของธุรกิจที่ผลิตสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่สสส.ต้องเป็นองค์กรอิสระ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะถูกแทรกแซงโดยธุรกิจผ่านฝ่ายการเมือง ทั้งจำนวนงบประมาณที่จะได้รับและความต่อเนื่องในการสนับสนุนโครงการต่างๆ
ซึ่งหลักการนี้ รักษาไว้ได้ยากหากกองทุนสสส.มาจากงบประมาณปกติ
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 16 ตุลาคม 2569
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/26989011/
ร่วมแสดงความคิดเห็น