NARIT เผยผลวิจัยชั้นบรรยากาศดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ใช้กล้องของไทย ติดตามนานกว่า 10 ปี

NARIT เผยผลวิจัยชั้นบรรยากาศดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ใช้กล้องโทรทรรศน์แห่งชาติ และกล้องโทรทรรศน์อัตโนมัติของไทย ติดตามมานานกว่า 10 ปี

ทีมนักวิจัยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร. หรือ NARIT) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร. นภาพร อะทะโน และ ดร. ศุภชัย อาวิพันธุ์ ร่วมกับเครือข่ายนักดาราศาสตร์นานาชาติ เปิดเผยความสำเร็จในการศึกษาวิจัยดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ WASP-11 b/HAT-P-10 b โดยใช้ข้อมูลการผ่านหน้าของดาวเคราะห์ (Transit) จำนวน 31 เหตุการณ์ ซึ่งเก็บรวบรวมมาอย่างยาวนานเกือบ 10 ปี จากเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์ของ สดร. หนึ่งในข้อมูลสำคัญมาจากการสังเกตการณ์ฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ เมื่อครั้งเสด็จเยือนหอดูดาวแห่งชาติ ปลายปี 2559 จากการนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลจากดาวเทียม TESS เพื่อศึกษาพฤติกรรมวงโคจรและลักษณะทางกายภาพของชั้นบรรยากาศดาวเคราะห์นอกระบบดังกล่าวอย่างละเอียด ได้ช่วยให้เข้าใจลักษณะของดาวเคราะห์นอกระบบประเภทดาวพฤหัสบดีร้อนมากยิ่งขึ้น งานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ The Astronomical Journal เมื่อต้นเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา

ดร. ศุภชัย อาวิพันธุ์ นักวิจัยดาวเคราะห์และสิ่งมีชีวิตนอกระบบสุริยะ NARIT กล่าวว่า ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ WASP-11 b/HAT-P-10 b เป็นดาวเคราะห์แก๊สยักษ์ที่มีอุณหภูมิสูง หรือ ดาวพฤหัสบดีร้อน (Hot Jupiter) ผลการวิจัยก่อนหน้าพบว่าดาวเคราะห์นี้มีมวลประมาณ 0.79 เท่า และมีรัศมีประมาณ 0.99 เท่าของดาวพฤหัสบดี โคจรรอบดาวฤกษ์แม่ที่เป็นดาวแคระส้ม (K-dwarf) ในระบบดาวฤกษ์ 3 ดวง (Triple Star System) ด้วยระยะห่างที่ใกล้มาก โดยมีคาบการโคจรเพียง 3.72 วัน และมีอุณหภูมิเฉลี่ยในชั้นบรรยากาศสูงถึงประมาณ 1,000 เคลวิน ลักษณะดังกล่าวทำให้ดาวเคราะห์ WASP-11 b/HAT-P-10 b เป็นเป้าหมายที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการศึกษาองค์ประกอบชั้นบรรยากาศผ่านเทคนิคสเปกตรัมส่องผ่าน (Transmission Spectroscopy)

คณะนักวิจัยได้สังเกตการณ์ดาวเคราะห์นอกระบบฯ ดวงนี้ผ่านเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์ของ NARIT ได้แก่ กล้องโทรทรรศน์แห่งชาติ ขนาด 2.4 เมตร และ 1.0 เมตร ณ หอดูดาวแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ กล้องขนาด 0.7 เมตร ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา และฉะเชิงเทรา รวมถึงกล้องโทรทรรศน์อัตโนมัติ (Thai Robotic Telescope: TRT) ณ หอดูดาวเกาเหมยกู่ (Gao Mei Gu) สาธารณรัฐประชาชนจีน และหอดูดาวเซียรารีโมท (Sierra Remote) สหรัฐอเมริกา

หนึ่งในข้อมูลสำคัญคือ ข้อมูลการสังเกตการณ์ฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนหอดูดาวแห่งชาติ ณ ยอดดอยอินทนนท์ โดยทรงสังเกตการณ์การผ่านหน้าของดาวเคราะห์ WASP-11 b/HAT-P-10 b ผ่านระบบควบคุมทางไกลของกล้องโทรทรรศน์อัตโนมัติขนาด 0.7 เมตร ณ หอดูดาว เกาเหมยกู่ สาธารณรัฐประชาชนจีน (TRT-GAO) ข้อมูลดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้นักดาราศาสตร์กำหนดค่าเวลาการโคจรของดาวเคราะห์ WASP-11 b/HAT-P-10 b ให้มีความแม่นยำสูงขึ้น และมีส่วนสำคัญในการวิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพของดาวเคราะห์ WASP-11 b/HAT-P-10 b

ดร. ศุภชัย กล่าวถึงผลการศึกษาในครั้งนี้ว่า จากการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงเวลาการผ่านหน้า (Transit Timing Variation, TTV) ของดาวเคราะห์ WASP-11 b/HAT-P-10 b โดยใช้ข้อมูลการสังเกตการณ์ที่มีการรวบรวมมาอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 16 ปี ทีมวิจัยพบว่าวงโคจรของ WASP-11 b ยังคงมีความเสถียร ไม่พบสัญญาณการเปลี่ยนแปลงคาบการโคจร หรือพบวัตถุที่สามในระบบนี้ นอกจากนี้จากการศึกษาชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ WASP-11 b/HAT-P-10 b โดยใช้เทคนิคสเปกตรัมส่องผ่านในช่วงแสงที่ตามองเห็น ยังพบปรากฏการณ์การกระเจิงแบบเรย์ลี (Rayleigh Scattering) ในชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ WASP-11 b/HAT-P-10 b ซึ่งส่งผลให้ดาวเคราะห์ดูเหมือนจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อสังเกตในย่านแสงสีฟ้า ลักษณะนี้คล้ายคลึงกับดาวเคราะห์ WASP-6 b และ HAT-P-12 b บ่งชี้ว่าอาจมีเมฆหรือหมอกควันปกคลุมหนาแน่นในชั้นบรรยากาศระดับสูง

การค้นพบครั้งนี้ช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจลักษณะชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบประเภทดาวพฤหัสบดีร้อนได้ดียิ่งขึ้น และยังสะท้อนถึงศักยภาพของเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์ขนาดกลางและขนาดเล็กของ NARIT ในการสร้างสรรค์งานวิจัยร่วมกับเครือข่ายนานาชาติ เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ในระดับสากล

อ้างอิง: Investigation of Transit Timing and an Optical Transmission Spectrum of the Hot Jupiter WASP-11 b, A-thano et al. (2026), arXiv:2604.05570v1

เรียบเรียง: ดร. ศุภชัย อาวิพันธุ์ – นักวิจัย สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

ร่วมแสดงความคิดเห็น