มหาวิทยาลัยพะเยา–TCEB จัดประชุมนานาชาติ Upper GMS Tourism Next Chapter & Business Matching ขับเคลื่อนท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขงตอนบน พร้อมจัดงาน Green Meeting และ Carbon Neutral Event
เชียงราย, 4 กันยายน 2569 — มหาวิทยาลัยพะเยา ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ TCEB จัดการประชุมสัมมนานานาชาติ Upper Greater Mekong Subregion Tourism Next Chapter & Business Matching ณ โรงแรมเดอะ เฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น จังหวัดเชียงราย เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการค้า การท่องเที่ยวเชื่อมโยง และการเจรจาธุรกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนบน ระหว่างไทย สปป.ลาว เมียนมา และจีนยูนนาน โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งในรูปแบบออนไลน์และออนไซต์รวม 224 คน ในจำนวนนี้มีผู้เข้าร่วมจาก จีน เมียนมา และ สปป.ลาว รวม 36 คน
การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.เสมอ ถาน้อย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยพะเยา เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษด้านองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยชี้ให้เห็นบทบาทของมหาวิทยาลัยในการนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้พัฒนาพื้นที่ เศรษฐกิจสีเขียว เมืองคาร์บอนต่ำ และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ภายในงานมีการบรรยายพิเศษโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุภาวดี โพธิยะราช ที่ปรึกษา สกสว. ซึ่งนำเสนอภาพรวมศักยภาพของลุ่มน้ำโขงตอนบนในฐานะพื้นที่เชื่อมโยงด้านวัฒนธรรม ธรรมชาติ เมืองชายแดน เส้นทางการเดินทาง และโอกาสทางเศรษฐกิจร่วมของภูมิภาค
นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนาโดยผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ นางสาวรุ่งทิพย์ บุคคันโทด ผู้อำนวยการกองเลขานุการและวิเทศสัมพันธ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, คุณศุภฤกษ์ เกรียงทองกุล ผู้จัดการอาวุโส สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคเหนือ และ ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือ ATTA โดยร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านสถานการณ์ตลาด การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง บทบาทของ MICE และ Business Travel ตลอดจนการปรับตัวของภาคธุรกิจสู่ระบบเศรษฐกิจผู้มาเยือนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนบน
สาระสำคัญจากเวทีสะท้อนว่า การท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขงตอนบนในอนาคตควรมุ่งสร้าง คุณค่าร่วมจากทุกการเดินทาง มากกว่าการแข่งขันด้วยจำนวนผู้มาเยือนเพียงอย่างเดียว โดยต้องอาศัยการออกแบบเส้นทางและแพ็กเกจร่วม การเชื่อมโยงผู้ประกอบการ การพัฒนาข้อมูลกลาง การยกระดับมาตรฐานบริการและความปลอดภัย และการทำตลาดร่วม เพื่อให้เกิดเส้นทางจริง คู่ค้าจริง และรายได้ที่กระจายสู่พื้นที่
ช่วงบ่ายของการประชุมได้จัดกิจกรรม Business Matching เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและบริการได้พบปะ เจรจา และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ครอบคลุมบริษัทนำเที่ยว โรงแรม สปา ร้านอาหาร ชุมชนท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว ธุรกิจขนส่ง และบริการสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้จำนวน 74 องค์กร
ขับเคลื่อน Green Meeting และ Carbon Neutral Event
การประชุมครั้งนี้ให้ความสำคัญกับแนวคิด Green Meeting และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้รับการรับรองจาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ให้เป็น งานคาร์บอนนิวทรัล หรือ Carbon Neutral Event ซึ่งหมายถึงการจัดงานที่มีการประเมินและชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิจากการจัดงานเป็นศูนย์
การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ดำเนินการผ่าน แอปพลิเคชัน Zero Carbon TH ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ได้รับการรับรองจาก อบก. และพัฒนาจากความร่วมมือของ บพข. TCEB และ อบก. โดยพบว่าการจัดงานมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 17.98 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือ 17.98 tCO₂e และได้ดำเนินการชดเชยผ่านโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติพลังความร้อนร่วม เทคโนโลยี Dry Low Emission ขนาด 129.47 เมกะวัตต์ โดยบริษัท กัลฟ์ บีพี หรือโรงไฟฟ้าบ้านโพ
อาหารท้องถิ่น สะท้อนความยั่งยืนในรายละเอียดของการจัดงาน
คณะผู้จัดงานยังให้ความสำคัญกับการใช้ วัตถุดิบจากท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย ในอาหารว่างและอาหารกลางวัน เพื่อสนับสนุนชุมชน เกษตรกร และผู้ประกอบการในพื้นที่ เช่น ชิฟฟ่อนกาแฟ จากกาแฟชุมชนบ้านขุนลาว อำเภอเวียงป่าเป้า ซึ่งมีกระบวนการปลูกและคั่วในแนวทางคาร์บอนต่ำ ขนมปังงา จากงาที่ปลูกในเชียงราย และผักสดที่จัดซื้อจากตลาดสดในชุมชนและเกษตรกรท้องถิ่น
การประชุมครั้งนี้จึงเป็นทั้งเวทีแลกเปลี่ยนเชิงนโยบาย เวทีเชื่อมโยงภาคธุรกิจ และต้นแบบการจัดงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งผลักดันให้ลุ่มน้ำโขงตอนบนก้าวจากพื้นที่ชายแดนและเส้นทางผ่าน ไปสู่พื้นที่แห่งความร่วมมือ เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง และเศรษฐกิจผู้มาเยือนร่วมของภูมิภาค





ร่วมแสดงความคิดเห็น