จากโรงเรียนนานาชาติสู่ Personalised Education: “น้องเอวา” เลือก EFL i-High School เพราะอยากออกแบบเส้นทางการเรียนของตัวเอง
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ท่ามกลางโรงเรียนนานาชาติและหลักสูตรการศึกษาหลากหลายที่มาร่วมงาน Chiang Mai 2026 International School Gateway Fair ณ โรงแรม Shangri-La Chiang Mai วันนี้ ศูนย์การเรียน EFL i-High School (Education for Future Learning) ได้นำเสนออีกหนึ่งทางเลือกของการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ภายใต้แนวคิด Personalised Education 1:1 สำหรับนักเรียนที่ต้องการเส้นทางการเรียนที่ยืดหยุ่นและออกแบบตามเป้าหมายเฉพาะบุคคล งานดังกล่าวรวบรวมโรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนสองภาษา และทางเลือกด้านการศึกษาไว้ให้ครอบครัวได้พบและเปรียบเทียบภายในงานเดียว EDUCATION FAIRS ASIA
หนึ่งในไฮไลต์ของ EFL ครั้งนี้ คือการร่วมแบ่งปันประสบการณ์ของ “น้องเอวา” High-Achieving Student ของ EFL i-High School ซึ่งเคยศึกษาในโรงเรียนนานาชาติชั้นนำในกรุงเทพฯ ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนมาเรียนในระบบที่ให้อิสระในการกำหนดเส้นทางการศึกษาของตนเอง
เมื่อถูกถามว่า “ทำไมจึงเลือก EFL i-High School?” น้องเอวาสรุปเหตุผลของตัวเองไว้ 4 ประเด็นสำคัญ
- “หนูอยากเลือกปลายทางของตัวเอง”
น้องเอวาเล่าว่า โรงเรียนเดิมมีความพร้อมและมีแนวทางผลักดันนักเรียนไปศึกษาต่อต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย แต่หลังจากมีประสบการณ์เดินทางไปประเทศเหล่านี้แล้ว เธอกลับพบว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่การไปตามเส้นทางที่โรงเรียนคาดหวัง แต่คือการค้นหาว่าตนเองสนใจอะไรและต้องการไปที่ใดจริง ๆ นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอมองหาระบบการศึกษาที่เริ่มต้นจาก เป้าหมายของผู้เรียน มากกว่าการกำหนดเส้นทางเดียวให้กับนักเรียนทุกคน - Flexible Schedule + Fast Track = ได้ “เวลา” กลับคืนมา หลังย้ายมาเรียนที่ EFL i-High School น้องเอวาพบว่าตารางเรียนสามารถออกแบบให้เหมาะกับตัวเองมากขึ้นนอกจากความยืดหยุ่นด้านเวลาแล้ว ผู้เรียนยังสามารถพิจารณา Fast Track Pathway Options และเรียนผ่าน Module ที่ออกแบบเฉพาะบุคคล โดยมุ่งเน้นสิ่งที่จำเป็นต่อเป้าหมายการศึกษา แทนการเรียนเนื้อหาซ้ำหรือรอให้ทั้งชั้นเรียนเดินไปพร้อมกันแนวคิดนี้คือหัวใจของ Personalised Education 1:1 — ไม่ได้ถามเพียงว่า “นักเรียนอยู่ชั้นไหน” แต่พิจารณาว่า ผู้เรียนมี Learning Outcomes อะไรแล้ว และยังขาดอะไรเพื่อไปถึงเป้าหมาย
- มีเวลาสร้าง University Portfolio นอกห้องเรียน
เมื่อเวลาเรียนมีประสิทธิภาพขึ้น น้องเอวาจึงสามารถใช้เวลากับเพื่อนกลุ่มใหม่ๆที่สนใจเรื่องเดียวกันไปกับการเรียนรู้นอกห้องเรียนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น
การแข่งขันงานวิจัยและนวัตกรรม Research & Innovation Competitions ที่ศูนย์การเรียน EFL สนับสนุน, การแข่งขัน Hackathons และกีฬา เช่น Ice Hockeyกิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียง “กิจกรรมเสริม” แต่สามารถกลายเป็นหลักฐานแสดงสมรรถนะ ความสนใจ ความเป็นผู้นำ การทำงานเป็นทีม และความสามารถในการแก้ปัญหา ซึ่งมีคุณค่าต่อการสร้าง University Portfolio ในอนาคต - เตรียมมหาวิทยาลัยอย่างตรงเป้าหมาย โดยไม่ Burnout อีกเหตุผลสำคัญคือการเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยแบบ เรียนเท่าที่จำเป็น แต่เรียนให้ตรงกับเป้าหมายแทนที่จะเพิ่มวิชาและชั่วโมงเรียนอย่างต่อเนื่อง EFL วางแผนจากปลายทางของนักเรียนก่อน แล้วจึงกำหนดว่าอะไรคือสิ่งที่ต้องเรียน ต้องสอบ หรือควรพัฒนาเพิ่มเติม
นอกจากนี้ Learning Outcomes ที่มีหลักฐานและผ่านเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น IELTS ผลงานทางวิชาการ งานวิจัย นวัตกรรม หรือกิจกรรมนอกห้องเรียน สามารถนำมาพิจารณาในกระบวนการจัดทำ Portfolio และการประเมินเพื่อสะสมผลการเรียนรู้ตามระบบของศูนย์การเรียน โดยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การเทียบโอนและ Credit Bank ที่ใช้กับผู้เรียนแต่ละราย





ร่วมแสดงความคิดเห็น