ผ้าส่างกาน ประเพณีโบราณของชาวไทใหญ่

ในช่วงวันเพ็ญเดือนสิบสอง หรือ เหลินสิบสองมนของทุกปี ชาวไทใหญ่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน จะช่วยกันประดิษฐ์ผ้าจีวร โดยใช้ผ้าสีเหลืองทองตกแต่งด้วยเส้นกระดาษ และลวดลายดอกไม้ในลักษณะตาราง มีความวิจิตรสวยงามเพื่อนำไปถวายห่มองค์พระพุทธรูป หรือ องค์พระธาตุ ซึ่งชาวไทใหญ่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน
ประเพณีหลู่ส่างกานเป็นประเพณีโบราณของชาวไทใหญ่ คือการถวายจีวร ห่มองค์พระพุทธรูปในฤดูหนาว เป็นประเพณีพื้นบ้าน จัดขึ้นระหว่างเดือน ตุลาคม ถึง เดือนพฤศจิกายน ของทุกปี ถือว่าเป็นวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามและทรงคุณค่าของชาวไทใหญ่ โดยวัตถุประสงค์ เพื่อนำจีวรไปห่มองค์พระประธานในโบสถ์ของวัดต่าง ๆ เพื่อกันหนาวให้กับองค์พระพุทธรูป ที่เป็นที่สักการะของชาวบ้าน

และในปี 2567 เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ร่วมกับวัดพระธาตุดอยกองมู มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ วิทยาเขตแม่ฮ่องสอน และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน จัดทำผ้าจีวรห่มองค์พระธาตุดอยกองมู จำนวน 2 ผืน ด้วยเทคนิคการประทับลายคำ ซึ่งเป็นการประยุกต์ภูมิปัญญาดั้งเดิมในรูปแบบงานสร้างสรรค์ จัดทำเป็นลวดลาย พระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์ พาราซาวแปดสู่ โดยการมีส่วนร่วมกับชุมชน เป็นการต่อยอดโครงการวิจัย ฟื้นวิถีเมิงไต การรื้อฟื้นและจัดการทุนวัฒนธรรมไทใหญ่เมืองแม่ฮ่องสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

หลู่ส่างกานเจ้าพารา หรือส่างกานคำ หรือ ส่างกานเคอ เป็นประเพณีการถวายผ้าจีวรห่มองค์พระพุทธรูป หรือ องค์พระธาตุ ซึ่งไทใหญ่ ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน โดยนิยมถวายในวันเพ็ญเดือนสิบสอง หรือ เหลินสิบสองมน ของทุกปี การประดิษฐ์ผ้าจีวร จะใช้ผ้าสีเหลืองทอง ตกแต่งด้วยเส้นกระดาษ และลวดลายดอกไม้ ในลักษณะตาราง แบบจีวร เรียกว่า เต๊กต๋าส่างกาน

โดยในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และนายปกรณ์ จีนาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เขต 1 นำคณะศรัทธา ประชาชน ร่วมจัดเตรียมผ้าส่างกานห่มพระธาตุดอยกองมู ตกแต่งผ้าด้วยการ พิมพ์ลายคำ รูปพระพุทธเจ้า 28 องค์ และจารึกชื่อ ถวายเป็นพุทธบูชา เพื่อความเป็นศิริมงคล
เพื่อจัดเตรียมผ้าส่างกานห่มพระธาตุดอยกองมู และเดินขึ้นพระธาตุดอยกองมู เนื่องในเทศกาลลอยกระทงสวรรค์ งานนมัสการพระธาตุดอยกองมู ประจำปี 2567 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 ถึง 15 พฤศจิกายน 2567 นี้ ณ วัดพระธาตุดอยกองมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามของชาวไทใหญ่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนให้คงอยู่สืบไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น