จากกรณีที่มีหญิงสาวผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านหนึ่ง โพสต์คลิปเตือนภัย ระหว่างขับรถยนต์อยู่บนถนนเส้นทาง แม่ริม-แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏว่าถูกรถกระบะ โตโยต้า ทะเบียนชัยภูมิ ขับเบียดเฉี่ยวชนพร้อมเรียกค่าเสียหาย เมื่อไม่สามารถตกลงกันได้ ทางฝ่ายรถกระบะเป็นชายสองคน พยายามจะทำร้ายร่างกายและขับรถพุ่งชน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนถนนเส้นทางแม่ริม-แม่แตง เชียงใหม่
ล่าสุดวันนี้ 15 พ.ย. ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังผู้โพสต์ และจะขอเข้าไปสัมภาษณที่บ้านบนดอยม่อนแจ่ม แต่ผู้โพสต์บอกว่าจะเดินทางไปเก็บส้มที่สวน ห่างจากดอยม่อนแจ่ม ประมาณ 70 กิโลเมตร และอาจไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ทางทีมข่าวจึงได้ขอวีดีโอคอลไปพูดคุย และสัมภาษณ์นางสาวประภัสสิริ หรือ พาย ผู้ที่นำคลิปไปโพสต์ โดยนางสาว พาย นั้นขอไม่ให้เห็นหน้า นางสาวพายเล่าว่า เธอไม่อยู่ในเหตุการณ์แต่พี่ชาย คือนายลี เล่าให้ฟังว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจากที่พี่ชายลงจาก อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอนมา นำเครื่องปั๊มไปซ่อมในตัวเมือง จนถึงจุดเกิดเหตุบริเวณถนนแม่ริม-แม่แตง แถวบ้านหนองอาบช้าง จะมีรถเก๋งกับรถกระบะขับประกบกันมา โดยมีรถกระบะขับนำหน้า รถเก๋งขับตามหลังมา ลักษณะจะแซงก็ไม่แซงพี่ชายของนางสาวพายจึงได้เร่งเครื่องจะแซงด้านเลนซ้าย แต่ปรากฏว่ารถเก๋งคันที่ขับตามหลังมา ขับแซงพี่ชายทำให้รถกระบะของพี่ชายไปพุ่งชนท้าย กับชนของรถกระบะกระบะ โตโยต้า ทะเบียนชัยภูมิ อีกคัน

หลังจากเกิดเหตุพี่ชายก็ได้ลงจากรถไปดูเห็นมีรอยร้าวตรงกันชน จึงได้สอบถามคุณลุงที่นั่งมากับกระบะ ว่ากันชนนี้ราคาเท่าไหร่ ซึ่งลุงคนดังกล่าวบอกว่าราคาประมาณ 4-5 พันจะจ่ายไหม ถ้าไม่จ่ายก็เรียกตำรวจหรือประกัน ซึ่งพี่ชายตนจึงได้โทรไปหาพี่ชายอีกคน ก็ได้รับคำแนะนำว่าให้เรียกตำรวจมาดูที่เกิดเหตุ พี่ชายของตนจึงได้ถ่ายรูปถ่ายคลิปป้ายทะเบียนรถเขาไว้ ก่อนจะไปพูดกับคุณลุง ว่าเงินคุณลุงก็เรียกประกันมาเลย ส่วนผมจะแจ้งตำรวจแต่ดูเหมือนคุณลุงไม่ยอม

ทำให้ผู้ชายอีกคนที่เป็นคนขับรถกระบะนั้น ที่ไม่ลงรถมาตั้งแต่ตอนแรก ทำท่าทางไม่พอใจแล้วต่อว่าพี่ชายตนว่ามึงนักเลงเหรอขับรถมาชนรถกูไม่ขอโทษสักคำ พี่หนูเลยบอกว่าไม่ใช่นักเลงแต่การกระทำของคุณนั้นแหละนักเลง เขาพูดมาด้วยความโมโห มีน้ำเสียง และใช้อารมณ์มาก แต่คุณลุงอีกคนก็พยายามใช้มือล้วงกระเป๋าทำท่าเหมือนจะล้วงอาวุธขึ้นมา แล้วพูดว่า อยากตายเหรอ แต่พี่หนูยังถือโทรศัพท์ที่พูดกับพี่ชายค้างไว้เลยเปิดกล้องให้เขาดู แต่จู่ ๆ คนขับรถกระบะคู่กรณีก็ได้มาต่อยเข้าที่ใบหน้าพี่ชายของตนจนต้องวิ่งหนี และรีบขับรถมาแจ้งความที่ สภ.แม่ริม เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนจึงได้นำคลิปมาลงโพสต์เตือนภัยในโซเชียลเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และหาเบาะแสของกลุ่มบุคคลเหล่านี้

ด้านพันตำรวจเอก มาโนช สุดสวาดิ์ ผกก. สภ.แม่ริม เปิดเผยว่า เบื้องต้นเรื่องนี้ทราบว่ายังไม่มีการแจ้งความแต่ได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ทาง ตัวผู้ที่ลงบันทึกประจำวันนั้นก็ยังไม่ได้เข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามยังไม่ได้ตัดประเด็นที่ผู้เสียหายสงสัยออกไป จึงได้มีการสั่งการให้ตรวจสอบป้ายทะเบียนของคู่กรณีอีกฝ่ายแล้ว หลังจากนี้จะติดต่อทั้งสองฝ่ายมาสอบสวนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

ร่วมแสดงความคิดเห็น