บกปภ.ช. คุมเข้มแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 เคาะประตูบ้าน ‘ห้ามเผา’

ประชุม บกปภ.ช. กำชับทุกฝ่ายดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นอย่างเคร่งครัด และรายงานผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ย้ำ 3 ก.พ. นี้ D-Day เคาะประตูบ้าน “ห้ามเผา”

วันนี้ (31 ม.ค. 68) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) โดยมีผู้บริหาร ปภ. และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมฯ กำชับทุกฝ่ายดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเคร่งครัด ครอบคลุมทั้งการป้องกัน ปราบปราม และผลกระทบ พร้อมรายงานผลการดำเนินเป็นประจำทุกวัน ย้ำจังหวัดใช้กลไกท้องถิ่นและท้องที่จัดกิจกรรมรณรงค์เคาะประตูบ้าน “ห้ามเผา” พร้อมกันทั่วประเทศ 3 ก.พ. 68

นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) พบว่า ในวันนี้ สถานการณ์ฝุ่นยังคงมีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่เกือบทุกพื้นที่มีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM 2.5 อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งทางกรุงเทพมหานครได้ดำเนินการตามมาตรการเพื่อป้องกันผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 ทั้งการตรวจสถานประกอบการ โรงงาน และสถานที่ก่อสร้าง ในการแก้ไขแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง และมีการออกคำสั่งให้ประชาชนที่ใช้รถยนต์ซึ่งไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานนำรถยนต์ไปปรับปรุงให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานมากกว่า 4,000 คัน สำหรับสถานการณ์ในห้วงถัดไปคาดว่า ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 3 ก.พ. 68 ฝุ่น PM2.5 ยังคงกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ภาคกลาง และภาคตะวันออก และในช่วงวันที่ 4 -5 ก.พ. 68 จะมีกระแสลมจากทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือและลมจากทิศใต้ ทำให้พื้นที่ภาคกลางตอนบนและภาคเหนือตอนล่างได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่นมากขึ้น ขอให้จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวคุมเข้มมาตรการเพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่มีต่อสุขภาพของประชาชน พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อป้องกันและลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ พร้อมกันนี้ ขอเน้นย้ำให้ทุกจังหวัดกวดขันและทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่อง “ห้ามเผาอย่างเด็ดขาด” เน้นใช้กลไกท้องถิ่นและท้องที่ ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร ประชาชนจิตอาสา ร่วมกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขในพื้นที่ เคาะประตูบ้านขอความร่วมมือประชาชนงดเผาและหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมอื่นที่ก่อมลพิษทางอากาศพร้อมกันทั่วประเทศ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์แนะนำวิธีการป้องกันอันตรายจากฝุ่น PM2.5 และวิธีการดูแลสุขภาพของประชาชนในช่วงที่สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 มีความรุนแรง ซึ่งจะเริ่ม Kick off การเคาะประตูบ้าน “หยุดเผา หยุดฝุ่น เพื่อคุณ เพื่อเรา” เพื่อให้เกิดการรับรู้ถึงความสำคัญของการห้ามเผาในทุกครัวเรือน ในวันจันทร์ที่ 3 ก.พ. 68 เวลา 10.00 น. พร้อมกันในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

“ขอให้ทุกหน่วยงานขับเคลื่อนมาตรการตามข้อสั่งการให้ครอบคลุมทั้งการป้องกัน การปราบปราม และการลดผลกระทบที่มีต่อสุขภาพของประชาชน และรายงานผลการดำเนินงานให้กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติทราบอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปบูรณาการวางแผนขยายผลและปรับแนวทางการดำเนินงานในเชิงนโยบายให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป” นายสหรัฐ รองอธิบดี ปภ. กล่าว

ในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้สั่งการให้ทุกภาคส่วนดำเนินการตามมาตรการและข้อสั่งการอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการบูรณาการข้อมูลเพื่อเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยให้แก่ประชาชน นอกจากนี้ ได้เตรียมพร้อมสรรพกำลัง เจ้าหน้าที่ และเครื่องจักรกลสาธารณภัย สนับสนุนจังหวัดที่มีสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 ในการควบคุมสถานการณ์ แก้ไขปัญหา และบรรเทาผลกระทบที่มีต่อประชาชน รวมทั้งได้ร่วมกับกองทัพบก (ทบ.) ส่งเฮลิคอปเตอร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย KA-32 ไปประจำการ ณ ฐานปฏิบัติการกองพลทหารราบที่ 7 จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1 ลำ เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการดับไฟป่าในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ

ร่วมแสดงความคิดเห็น