วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ณ โรงแรมกรีนเลครีสอร์ท เชียงใหม่ มูลนิธิเพื่อลมหายใจเชียงใหม่ สภาลมหายใจเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จัดงานแถลงข่าวการผลักดันวาระร่วมภาคเหนือกับแผนการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันปี พ.ศ. 2569
.
โดยเล็งเห็นว่า การแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง และต้องได้รับการแก้ไขโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน อย่างเร่งด่วน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ซึ่งในช่วงเช้า มีการเสวนาเรื่องการวิเคราะห์สถานการณ์การแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน ทั้ง พรบ.อากาศสะอาด และนโยบายของรัฐ ดำเนินรายการโดย คุณรัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ ตามมาด้วยรายงานความคืบหน้า 9 จังหวัดภาคเหนือ ทั้งการดำเนินงานที่ผ่านมา ปัญหา อุปสรรค และแผนดำเนินงานต่อไป ดำเนินรายการโดย อาจารย์ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ปิดท้ายด้วยการสรุปแนวทางการผลักดันวาระร่วมภาคเหนือ ซึ่งดำเนินรายการโดย คุณสุรีรัตน์ ตรีมรรคา
.
ซึ่งการเสวนาครั้งนี้ ที่ประชุมให้ความเห็นว่า กลไกการขับเคลื่อนที่มีพลัง ที่ทำให้หลายฝ่ายเห็นตัวตน ข้อเสนอ ความรู้ บทเรียน ได้เห็นการมีส่วนร่วมจากชุมชนที่ขยับขึ้นมา เรามีแนวทางแบบ Zero – Burning ซึ่งมีผู้เห็นด้วยส่วนใหญ่ และการบริหารจัดการเชื้อเพลิง ในพื้นที่ที่จำเป็นต้องใช้เพลิงในการจัดการ ซึ่งเชียงใหม่ใช้วิธีการทำงาน Zero – Burning อย่างเดียวมากว่า 20 ปี แต่ยังไม่เห็นผลลัพธ์การแก้ไขปัญหาที่ดีเท่าที่ควร ทำให้อนาคต ทุกฝ่ายจำเป็นต้องพูดคุย บูรณาการด้วยกันให้มีทางออกแก่ทุกฝ่าย นอกจากนี้ ก่อนการประกาศใช้พรบ.อากาศสะอาด ทุกฝ่ายจะต้องเตรียมความพร้อมในการเตรียมบุคลากร แผนการดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ที่จะบังคับใช้เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ
.
ด้าน ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรรมาธิการวิสามัญพเจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศ พ.ศ. … ได้กล่าวถึงที่มาของปัญหาในการบริหารจัดการไฟป่าและหมอกควัน ทั้งการดำเนินการของภาครัฐที่ไม่ต่อเนื่อง ปัญหาหมอกควันข้ามแดนจากภาคเอกชน นำมาการร่างกฎหมาย 10 หมวด 275 มาตรา ให้มีหลายเครื่องมือและมาตรการที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งทุกภาคส่วน ทั้งเอกชน วิชาการ NGO ต้องร่วมกันแก้ไขปัญหา
.
หลังจากนั้นจะเป็นการอ่านแถลงการข้อเสนอ 9 จังหวัดต่อมาตรการแก้ไขปัญหาไฟป่า และร่างกฎหมายอากาศสะอาด ซึ่งดำเนินรายการโดย คุณสุรีรัตน์ ตรีมรรคา โดยที่ประชุมเรียกร้องให้ชั้นกรรมาธิการวุฒิสภาเร่งเดินหน้าผ่าน พรบ.อากาศสะอาด ให้บังคับใช้โดยเร็ว , ให้ภาครัฐต้องเร่งดำเนินการมาตรการตรวจสอบย้อนกลับ กรณีหมอกควันข้ามแดน ให้โปร่งใส และประชาชนเข้าถึงข้อมูลนี้ , ให้คณะกรรมการระดับจังหวัดมีสมาชิกครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม อาทิ ชนพื้นเมืองในพื้นที่ที่จำเป็นต้องใช้ไฟในการจัดการพื้นที่ , ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักวิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจเชื่อมโยงชุมชน หน่วยงานป่าไม้ และหน่วยงานของรัฐ ในการมีส่วนร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่และระดับจังหวัด และยกระดับการแก้ไขปัญหาไฟป่า จากเดิมที่ใช้แบบ Zero – Burning แบบเหมารวม เป็นการจัดการไฟแบบมีส่วนร่วม






ร่วมแสดงความคิดเห็น