การเมืองถือเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ประชาชนควรต้องได้รับการรับรู้ แม้ในปัจจุบันประเทศไทยจะปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย แต่ก็มีคนไทยหลายคนตั้งคำถามว่า “ทุกวันนี้ประเทศเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยจริง ๆ หรือเปล่า” สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนจากการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่โดยศูนย์กลางเมื่อหลายปีที่ผ่านมาจนเกิดร่าง พ.ร.บ.เชียงใหม่มหานครขึ้นมา
ข้อเรียกร้องเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด เริ่มต้นมาจากการที่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2518 ด้านไกรสร ตันติพงศ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดเชียงใหม่ ได้อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรว่าได้เวลาแล้วที่ต่างจังหวัดก็ควรจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ เฉกเช่นเดียวกับกรุงเทพมหานคร โดยเสนอ “ร่างกฎหมายพระราชบัญญัติเชียงใหม่มหานคร” เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเพื่อยกฐานะจังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นมหานคร แต่ดันเกิดยุบสภาเสียก่อนจึงทำให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ยังคงค้างอยู่ในสภาและค่อย ๆ เลือนหายไป จนกระทั่งในปี 2554 ได้มีการมอบหมายให้นายชำนาญ จันทร์เรือง เป็นแกนนำในการยกร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการเชียงใหม่มหานครฯ บนพื้นฐานของสิทธิในการจัดการตนเองและประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือ ซึ่งมีหลักการสำคัญคือ ยกเลิกการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ,ทำให้การเมืองมีความโปร่งใส และปรับโครงสร้างด้านภาษี
จากความเคลื่อนไหวในหลายฝ่ายที่อยากให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้สมบูรณ์ ต่อมาในปี 2567 ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการเชียงใหม่มหานครรื้อฟื้นอีกครั้ง ภาคประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่และเครือข่ายรณรงค์เลือกตั้งผู้ว่าฯ เชียงใหม่ (ก.ร.ช.) ได้นำร่าง พ.ร.บ.นี้ยื่นต่อนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 และได้มีการจัดสัมมนาเพื่อเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในรูปแบบจังหวัดจัดการตนเอง และรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงประชาชนด้วย นอกจากนั้นยังกล่าวถึงแนวทางการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบจังหวัดจัดการตนเอง เพื่อผลักดันให้เกิดความเป็นอิสระในการปกครองตนเอง และกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง
สาระสำคัญหลัก ๆ ของ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการเชียงใหม่มหานคร มีดังนี้
1. การเปลี่ยนสถานะ จากจังหวัดเชียงใหม่ เป็น “เชียงใหม่มหานคร” เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นแบบเฉพาะตัว
2. การเลือกตั้งผู้ว่าฯและสภาสมาชิกเชียงใหม่มหานคร กล่าวคือคนเชียงใหม่จะมีสิทธิ์ได้เลือกตั้งผู้ว่าราชการและสมาชิกสภามหานครด้วยตนเอง
3. อำนาจด้านงบประมาณและการจัดการท้องถิ่น หมายถึงมีอำนาจจัดงบประมาณของตนเองในการจัดการรายจ่ายประจำปี ทำให้คนท้องถิ่นจะมีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดงบประมาณสำหรับโครงการท้องถิ่น
4. การมีส่วนร่วมของประชาชน ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ถูกผลักดันโดยภาคประชาสังคม กลุ่มคนเชียงใหม่ และมีการรณรงค์ให้ประชาชนลงชื่อสนับสนุนอย่างน้อย 10,000 คนเพื่อเสนอร่างเข้าสู่สภาซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงหลักการ “กระจายอำนาจ” ให้คนเชียงใหม่มีเสียงและอำนาจมากขึ้นในการบริหารจัดการเรื่องท้องถิ่นของตนเอง ผ่านโครงสร้างที่จัดตั้งเอง
ถึงแม้ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการเชียงใหม่มหานคร ยังไม่ได้ถูกประกาศใช้อย่างเป็นทางการ แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่สะท้อนออกมาให้เห็นคือ ความไม่ย่อท้อของประชาชน การต่อสู้กับอุปสรรคมากมายเป็นเวลาหลายปี ซึ่งสิ่งที่คนเชียงใหม่ทำไปทั้งเหมดเพียงแค่ต้องการสิทธิ์ในการกำหนดชีวิตให้กับตนเอง เพราะพวกเขาเชื่อว่าการกระจายอำนาจคือรากฐานที่สำคัญของระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
รายการอ้างอิง :
iLaw , Lanner
ร่วมแสดงความคิดเห็น