เผย 3 สาเหตุหลัก ปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ยังแก้ไม่หาย

ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่ ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นแบบไม่มีวันที่จะจบออกไปอย่างสิ้นซาก ด้วยสาเหตุที่เกิดขึ้นมาจากหลายสาเหตุรวมถึงมาตราป้องกันที่ไม่แน่นหนาพอ จึงทำให้วิกฤตการณ์นี้ได้พรากผู้คนไปแล้วกว่าหมื่นชีวิต แล้วอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ผู้คนในเชียงใหม่ได้ล้มหายตายจากกันไปมากขนาดนี้

.

3 สาเหตุหลักที่ทำให้ปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ในเชียงใหม่เป็นปัญหาเรื้อรังที่ยังไม่มีวันจบสิ้นได้โดยง่าย

.

1.ฝุ่นควันส่วนใหญ่ล้วนมาจากประเทศเพื่อนบ้าน 

.

จากงานวิจัยของเว็บไซต์ science direct และ MDPI รายงานว่า ช่วงวิกฤตควัน (มีนาคม – พฤษภาคม) ฝุ่นควัน PM 2.5 ในปริมาณ 50% มาจากการเผาไหม้ชีวมวลในพื้นที่ชายแดนไทย – เมียนมา และอีกราว 20% – 25% ล้วนเป็นมลพิษข้ามชายแดนมาจากอินเดียและประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนั้นยังมีลมฤดูร้อนที่พัดพาควันมาจาก รัฐฉาน(เมียนมา) ลาว และอินเดียตอนเหนือ เข้าสู่ประเทศไทยอีกด้วย รวมไปถึงการที่ประเทศไทยยังไม่มีอำนาจมากพอในการควบคุมการเผาจากนอกประเทศโดยตรง ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่ก็ยังไม่เข้มแข็งพอ

.

2.การทำเกษตรเชิงเดี่ยวผนวกกับระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ 

.

ในปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่าจังหวัดเชียงใหม่มีการเผาในพื้นที่มกกว่า 140,000 ไร่ จุดเกิดความร้อนกว่า 1,100 จุด เมื่อเกษตรกรรายย่อยมักปลูกข้าวโพด ข้าวและอ้อย ซึ่งปลูกไว้สร้างรายได้และเลี้ยงสัตว์ จนทำให้เกิดเศษซากพืชจำนวนมาก บางครั้งเกษตรกรก็ไม่สามารถแบกรับต้นทุนจากการไถกลบได้ เพราะการไถกลบต้องอาศัยต้นทุนมหาศาล ดังนั้น การเผาจึงเปรียบเสมือนเป็นทางรอดเดียวของเกษตรกรที่ถูกต้องที่สุด ไม่เพียงเท่านั้น ยังเกิดจากโครงสร้างตลาดอีกด้วย เมื่อโรงงานอาหารสัตว์ในหลายพื้นที่ต้องการข้าวโพดราคาถูก จึงเกิดการกดราคาหน้าฟาร์ม ดังนั้นเกษตรกรจำเป็นต้องลดต้นทุนตาม ทำให้ไม่มีต้นทุนในการไถกลบเศษซากพืชจำนวนมาก จึงทำให้เกิดการเผาขึ้นมานั่นเอง

.

3.ระบบการจัดการของรัฐบาลที่แก้ปัญหาปลายเหตุ

.

ตั้งแต่เกิดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ตลอดหลายปีที่เกิดปัญหานี้ขึ้น ส่วนใหญ่สิ่งที่ภาครัฐเลือกจะแก้ปัญหา นั่นคือเน้นการลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับบุคคล แต่ไม่แก้ที่โครงสร้าง เช่น การแจกหน้ากากอนามัย การพ่นละอองน้ำให้ครอบคลุมเมือง การปิดโรงเรียน การทำงานแบบ work from home และมาตราการควบคุมการเผา เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงแค่การลดผลกระทบในระยะสั้น ถึงแม้จะมี พรบ.อากาศสะอาดออกมาแล้ว แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะให้ความร่วมมือมากน้อยเพียงใดด้วย

.

ที่มา : งานวิจัยจาก sciencedirect และ MDPI, CTN News, Reuters, Nationthailand, Reddit

ร่วมแสดงความคิดเห็น