ทำไมโลกจึงต้องปฏิบัติต่อบริษัทบุหรี่ แตกต่างจากบริษัทธุรกิจอื่น ๆ

มีแฟนถามว่า ทำไมกฏหมายจึงห้ามบริษัทบุหรี่ “บริจาค” หรือ “ทำกิจกรรมคืนกำไรแก่สังคม”
ขณะนี้ มี 74 ที่ห้ามบ.บุหรี่บริจาคเงิน/ทำ CSR และมี 51 ประเทศที่ห้ามโฆษณา CSR ที่บ.บุหรี่ทำ
การบริจาคเงิน/การทำ CSR ของบ.บุหรี่ จุดประสงค์เพื่อจะนำไปสู่การแทรกแซงนโยบาย และเพื่อเบี่ยงเบนภาพลักษณ์ของบริษัท ที่ขายสินค้าเสพติดที่ทำลายสุขภาพ
เอกสารลับที่เปิดเผยโดยองค์การอนามัยโลก นายจอร์จ นอช เจ้าหน้าที่ระดับสูง บ.บุหรี่ฟิลลิป มอร์ริส ” เราไม่เคยใช้คำว่า “ทำบุญ” ที่หมายถึงว่า เราทำไปโดยไม่หวังผลตอบแทน ไม่มีการบริจาคเงินใด ๆ ที่ทำไปโดยไม่หวังผล“
โครงการ UN Global Compact ของสหประชาชาติ ที่เชิญชวนธุรกิจเอกชนขนาดใหญ่ เข้าร่วมสนับสนุนเงินเพื่อช่วยเหลือประเทศที่ยากจน ไม่รับบ.บุหรี่ที่พยายามจะเข้าร่วม/บริจาคเงิน
บ. บุหรี่จะ“แสดงความรับผิดชอบต่อสัง”ได้อย่างไร ในเมื่อตลอดเวลาบริษัทได้แสดงความ“ ไม่รับผิดชอบ” ต่อสังคม ด้วยกลยุทธ์ต่างๆ(อินโฟ)
ซึ่งความรับผิดชอบ”ขั้นตำ่“ ที่พึงมีคือ “การปฏิบัติตามกฏหมาย” และ “ไม่ขัดขวางนโยบาย/กฏหมายที่ประเทศต่างๆ พยายามที่จะออกมา เพื่อลดจำนวนคนสูบบุหรี่/ช่วยชีวิต“
อย่างเช่นเมื่อปี พ.ศ.2556 ที่กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศเพิ่มขนาดภาพคำเตือนซองบุหรี่ จาก55 เป็น 85% ตาม ประเทศอุรุกวัย ออสเตรเลีย ซึ่งออกกฏหมายเพิ่มขนาดคำเตือนก่อนประเทศไทย
แต่บ.บุหรี่ข้ามชาติทั้ง 3 บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส/เจแปนโทแบคโค/ บริติสอเมริกันโทแบคโค ในไทย ก็ยังฟ้องศาลปกครอง เพื่อให้ยกเลิกกฏหมาย ทั้งๆที่ศาลในต่างประเทศตัดสินแล้วว่า การเพิ่มขนาดคำเตือน ไม่ได้ขัดต่อกฏหมายระหว่างประเทศใดๆ ตามที่บ.บุหรี่กล่าวอ้าง
ความจริงเขาขู่รัฐมนตรีสาธารณสุข นพ.ประดิษฐ์ สินธวณรงค์ ไม่ให้ออกประกาศ หากออกจะฟ้องศาล แต่เมื่อขู่ไม่สำเร็จ ก็ฟ้องศาล (ทั้งๆที่รู้ว่าสุดท้ายพวกเขาจะแพ้คดี)
ฟ้องเพื่อชลอเวลาที่กฏหมายจะมีผลบังคับใช้ รวมทั้งขู่ประเทศอื่นที่คิดจะทำตามประเทศไทย
เขาจ้างสำนักงานกฏหมายระดับโลกจากนิวยอร์กมาทำคดี ส่วนเราสู้คดีกันเอง โดยกองงานยาสูบ กรมควบคุมโรคและอาจารย์จากคณะนิติศาสตร์ธรรมศาสตร์และจุฬาฯ ขณะที่เพื่อนๆทักว่า “พี่หมอจะสู้เขาไหวเหรอ”
สู้คดีอยู่ปีกว่า ศาลปกครองตัดสินยกฟ้อง
นี่เป็นอีกตัวอย่าง ที่แสดงถึง “การไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม” ของบ.บุหรี่ ที่พยายามล้มล้าง/ชลอการออกกฏหมาย ที่มุ่งจะช่วยชีวิตคน
ที่อ้างว่า อยากนักที่จะบริจาคสิ่งของเงินทอง เพื่อ“คืนกำไร หรือเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม”
ความจริงคือ อยากทำเพื่อคงไว้และเพื่อผลกำไรที่มากขึ้นของธุรกิจเท่านั้น เท่านั้นเอง
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 12 เมษายน 2569
อ้างอิง หนังสือ 2 ทศวรรษการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
https://www.sanook.com/news/1193840/
https://www.matichon.co.th/local/news_1151124

ร่วมแสดงความคิดเห็น