ปภ. แจ้งเตือนจังหวัดภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และ กทม. เฝ้าระวังพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ในช่วงวันที่ 16 – 20 เม.ย. 69
วันนี้ (14 เม.ย. 69) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และ กทม. เฝ้าระวังสถานการณ์พายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง ในช่วงวันที่ 16 – 20 เม.ย. 69 โดยให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงให้เตรียมความพร้อมบุคลากร อุปกรณ์ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้สามารถเข้าเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้ทราบล่วงหน้า และประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์และวิธีปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากสาธารณภัยที่อาจเกิดขึ้น
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศฉบับที 1 (20/2569) ลงวันที่ 13 เมษายน 2569 เวลา 11.00 น. แจ้งว่า ในช่วงวันที่ 16 – 20 เมษายน 2569 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากสาธารณรัฐประชาชนจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ภัย ระหว่างวันที่ 16 – 20 เมษายน 2569 ดังนี้
พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์พายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง
ภาคเหนือ ทุกจังหวัด
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทุกจังหวัด
ภาคกลาง ทุกจังหวัด (ยกเว้นจังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์)
กรุงเทพมหานคร
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานแจ้งจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่ให้เฝ้าระวังติดตามสภาพอากาศและแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ตรวจสอบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรง เพื่อป้องกันอันตรายจากการถูกล้มทับ รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรจัดทำที่ค้ำยันต้นไม้หรือที่กำบัง เพื่อป้องกันพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย บูรณาการหน่วยงานในพื้นที่เตรียมพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยและเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) ให้พร้อมเข้าเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศและข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

ร่วมแสดงความคิดเห็น