กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ออกโรงเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงบริโภคสัตว์น้ำหากินหน้าดิน เช่น กุ้ง หอย และเครื่องในปลา ในหลายพื้นที่ลุ่มแม่น้ำกกและแม่น้ำโขง หลังผลตรวจพบการสะสมของสารโลหะหนักในตะกอนดินสูงเกินมาตรฐาน ขณะที่ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้พบ “ปรอท-ตะกั่ว” ในเนื้อปลาเกินเกณฑ์ สวนทางกับการประชาสัมพันธ์ของจังหวัดเชียงรายที่ยังยืนยันสามารถบริโภคปลาแม่น้ำกกได้อย่างปลอดภัย
เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์คุณภาพน้ำและตะกอนดินในแม่น้ำกก ลำน้ำสาขา แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง พบว่าคุณภาพตะกอนดินมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยหลายจุดตรวจพบสารหนูอยู่ในระดับที่ไม่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน และบางพื้นที่อยู่ในระดับอันตรายรุนแรง
พื้นที่เสี่ยงสำคัญ ได้แก่ บริเวณสะพานท่าตอน และสะพานมิตรภาพแม่นาวาง-ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ รวมถึงสะพานเฉลิมพระเกียรติ อ.เมือง จ.เชียงราย และจุดตรวจวัดในแม่น้ำโขงที่พบค่าผิดปกติสูง โดยคาดว่าสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากช่วงฤดูแล้งที่ปริมาณน้ำลดลง ทำให้ตะกอนและสารแขวนลอยตกสะสมในท้องน้ำมากขึ้น
อธิบดี คพ. ระบุว่า แม้ผลตรวจโลหะหนักในสัตว์น้ำโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ความปลอดภัยต่อการบริโภค แต่สารหนูมีคุณสมบัติสะสมในห่วงโซ่อาหารระยะยาว จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง พร้อมแนะนำประชาชนหลีกเลี่ยงการบริโภคสัตว์น้ำหน้าดิน รวมถึงไม่ควรรับประทานสัตว์น้ำชนิดเดิมซ้ำบ่อย และควรปรุงสุกทุกครั้ง
ขณะเดียวกัน กรมประมงเตรียมเก็บตัวอย่างสัตว์หน้าดินเพิ่มเติม เพื่อติดตามการสะสมของสารพิษในระบบนิเวศอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากงานวิจัยของ รศ.ดร.อภินันท์ สุวรรณรักษ์ คณบดีคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ระบุถึงความเสี่ยงเชิงระบบนิเวศในลักษณะ “ความเงียบที่อันตราย” โดยพบว่า “ปรอท” และ “ตะกั่ว” เป็นภัยคุกคามหลักที่ต้องเร่งแก้ไข
ผลการตรวจพบว่า ปรอทมีค่าเกินมาตรฐานในเนื้อปลา และอยู่ในระดับวิกฤตในตับปลาและตะกอนดิน ขณะที่ตะกั่วพบเกินมาตรฐานในเนื้อปลา และอยู่ในระดับเฝ้าระวังในตับปลาและตะกอนดิน ส่วนสารหนูพบเกินค่ามาตรฐานในตะกอนดินหลายพื้นที่ รายงานดังกล่าวสะท้อนความเสี่ยงต่อระบบนิเวศและสุขภาพมนุษย์ในระยะยาว โดยเฉพาะการสะสมผ่านห่วงโซ่อาหาร
ในอีกด้านหนึ่ง จังหวัดเชียงรายร่วมกับนักวิชาการบางส่วน ได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านเพจ AI CARE Research Cluster ระบุว่า จากการตรวจตัวอย่างปลา 200 ตัวอย่าง ครอบคลุม 43 ชนิด ใน 9 อำเภอของจังหวัดเชียงราย ไม่พบสารหนูในเนื้อปลาเกินมาตรฐาน โดยมีค่าเฉลี่ยเพียง 2.7% ของเกณฑ์ พร้อมยืนยันว่า “เนื้อปลายังกินได้อย่างสบายใจ” และแนะนำให้ประชาชนใช้แอปพลิเคชัน “ปลาปลอดภัย” เพื่อประกอบการตัดสินใจ
ทั้งนี้ ความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างหน่วยงานรัฐและงานวิจัย ทำให้ประเด็นความปลอดภัยของการบริโภคสัตว์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำกก–โขงยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างจัดทำแผนบูรณาการเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน รวมถึงเตรียมหารือระดับนานาชาติเพื่อแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนในลุ่มน้ำข้ามพรมแดนต่อไป.


ร่วมแสดงความคิดเห็น