ศึกษาธิการ–สช. ผนึกกำลัง ขับเคลื่อนมหกรรมการศึกษานอกระบบเชียงใหม่

ศึกษาธิการ–สช. ผนึกกำลัง ขับเคลื่อนมหกรรมการศึกษานอกระบบเชียงใหม่ สู่เวทีสากล

เชียงใหม่-กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ร่วมกับ สำนักงานศึกษาธิการภาค 15 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ และคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนนอกระบบ จังหวัดเชียงใหม่ จัดงานแถลงข่าว “มหกรรมการแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียนนอกระบบ จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2569” เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ณ อาคารหอประชุมใหญ่ อาคาร 75 ปี ศูนย์พันธกิจภาคเหนือ สภาคริสตจักรในประเทศไทย เพื่อยกระดับการศึกษานอกระบบของไทยสู่เวทีสากล

การแถลงข่าวครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือเชิงนโยบายระหว่างภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์อนาคต โดยมีผู้บริหารระดับสูงร่วมแถลง อาทิ นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการ สช. ดร.ยุพิน บัวคอม ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการศึกษาธิการภาค 15 และนายคงกระพัน เวฬุสาโรจน์ ศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่

นายมณฑล ระบุว่า การศึกษาเอกชนนอกระบบเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน “การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)” ด้วยความยืดหยุ่นด้านหลักสูตรและรูปแบบการเรียนรู้ ที่ตอบสนองผู้เรียนทุกช่วงวัยและสามารถต่อยอดสู่การประกอบอาชีพได้จริง

ด้าน ดร.ยุพิน บัวคอม กล่าวว่า มหกรรมครั้งนี้เป็น “กลไกสำคัญ” ในการขยายโอกาสทางการศึกษา โดยต่อยอดจากความเข้มแข็งของจังหวัดเชียงใหม่สู่ระดับภูมิภาคและระดับประเทศ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนได้แสดงศักยภาพอย่างรอบด้าน ทั้งภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ ศิลปะ ดนตรี และภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งไม่เพียงพัฒนาทักษะเฉพาะด้าน แต่ยังเสริมสร้างการคิดวิเคราะห์ การวิจัย และทักษะแห่งอนาคต ทั้งนี้ สำนักงานศึกษาธิการภาค 15 พร้อมผลักดันให้มหกรรมดังกล่าวเป็น “ต้นแบบการพัฒนาผู้เรียนแบบบูรณาการ” ที่สามารถขยายผลสู่ระดับประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

ขณะที่ นายคงกระพัน กล่าวว่า มหกรรมนี้ไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่เป็น “เวทีแห่งการเรียนรู้” ที่พัฒนาผู้เรียนอย่างสมดุล ทั้งด้านความรู้ ทักษะชีวิต และอัตลักษณ์ความเป็นไทย เพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกยุคใหม่

ด้าน ดร.วิไลวรรณ วรรณโชติผาเวช ประธานคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนนอกระบบ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นปีแรก ภายใต้แนวคิด “เวทีแห่งการค้นพบศักยภาพ” ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ การเขียนภาษาอังกฤษ ดนตรีและการขับร้อง ศิลปะการแสดง และการนวดไทย โดยเฉพาะการแข่งขัน Research Essay Writing ซึ่งจะคัดเลือกเยาวชนไทยสู่เวทีนานาชาติ ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

ในส่วนกิจกรรมเฉพาะทาง ดร.หม่อมหลวงปรียพรรณ ศรีธวัช มุ่งส่งเสริมอัตลักษณ์ความเป็นไทยผ่านนาฏยศิลป์ไทย ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพเด็กไทยสู่เวทีโลกผ่านนาฏยศิลป์สากล

ขณะที่ นายจงกล เศรษฐกร เน้นการอนุรักษ์ “ศาสตร์การนวดไทย” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ โดย UNESCO ด้าน นางสาวปฤษฐา ไชยลังการณ์ ระบุว่า การแข่งขันขับร้องและบรรเลงเพลงชาติไทยและเพลงพระราชนิพนธ์ จะเน้น “ความเข้าใจและความรู้สึกร่วม” เพื่อค้นหาโรงเรียนผู้ชนะที่สามารถถ่ายทอดเพลงชาติไทยและเพลงพระราชนิพนธ์ ได้อย่างลึกซึ้งและทรงพลัง

ทั้งนี้ มหกรรมเปิดโอกาสให้นักเรียนจากทุกระบบการศึกษาและทุกภูมิภาคเข้าร่วม ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาการศึกษาไทย ที่มุ่งเน้นการเรียนรู้แบบองค์รวม เชื่อมโยงสู่โลกจริง และเตรียมความพร้อมเยาวชนไทยสู่เวทีสากลอย่างยั่งยืน

ร่วมแสดงความคิดเห็น