กระทรวงสาธารณสุข ชวนเต้นดันกระแส “แอโรบิคสวนลุม”

กระทรวงสาธารณสุข ชวนเต้นดันกระแส “แอโรบิคสวนลุม” สู่เมืองสุขภาพดี Active Living

กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ส่งเสริม “แอโรบิคสวนลุมพินี” เป็นจุดเริ่มต้นกิจกรรมทางกายของคนเมือง สะท้อนแนวคิด Active Living ชวน “ขยับได้ในชีวิตประจำวัน” พร้อมชื่นชม กทม. พัฒนาพื้นที่สาธารณะเอื้อต่อการออกกำลังกาย ขับเคลื่อนเมืองสุขภาพดีอย่างเป็นรูปธรรม
วันที่ 10 พฤษภาคม 2569
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเป็นประธานกิจกรรมเต้นแอโรบิก ณ ลานหลังพระรูป ร.6 สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร ว่า กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าส่งเสริมกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวันของประชาชน โดยยก “แอโรบิคในสวนลุมพินี” เป็นตัวอย่างรูปธรรมของการเริ่มต้นขยับร่างกายของคนเมือง ผ่านกิจกรรมยอดนิยมช่วงเย็นที่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้ออกกำลังกายร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และสามารถต่อยอดไปสู่การมีกิจกรรมทางกายในรูปแบบอื่นในชีวิตประจำวัน ซึ่งแอโรบิคในสวนสาธารณะถือเป็นกิจกรรมทางกายเพื่อการนันทนาการที่มีความหนักระดับปานกลางถึงหนัก ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของระบบหัวใจและหลอดเลือด และลดความเสี่ยงโรค NCDs เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง โดยประชาชนสามารถเริ่มต้นในระดับที่เหมาะสมกับตนเอง และพัฒนาไปสู่การมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอได้ ทั้งนี้ แนวคิด Active Living คือ การทำให้การขยับเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต จากกิจกรรมง่ายในพื้นที่จริง เช่น แอโรบิคในสวน สู่การขยับในทุกวันของชีวิต ซึ่งกรุงเทพมหานครมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาพื้นที่และกิจกรรมให้ประชาชนเข้าถึงโอกาสในการขยับได้จริง
นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การขับเคลื่อน Active Living ในระดับเมือง จำเป็นต้องให้ความสำคัญทั้ง “พื้นที่” (space) และ “โอกาส” (opportunities) ในการมีกิจกรรมทางกาย โดยต้องมีพื้นที่นันทนาการที่ปลอดภัย เข้าถึงง่าย และเหมาะสมกับทุกกลุ่มวัย เช่น สวนสาธารณะ ลานกิจกรรม และทางเดิน ควบคู่กับการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถขยับได้จริงในชีวิตประจำวัน พร้อมเน้นว่าการพัฒนาพื้นที่และโอกาสดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสู่การเป็นเมืองสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ กรมอนามัยยังเชิญชวนประชาชนเริ่มต้นจาก “กิจกรรมง่ายใกล้ตัว” เช่น แอโรบิคในสวนสาธารณะ และต่อยอดสู่การขยับในชีวิตประจำวัน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมไทยที่กระฉับกระเฉง และก้าวสู่เมืองสุขภาพดีอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ขณะที่ แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การขยายผลกิจกรรมแอโรบิคในสวนสาธารณะไปสู่ระดับพื้นที่ เป็นการแปลงแนวคิด Active Living สู่การปฏิบัติจริง โดยส่งเสริมให้ประชาชน“ขยับได้จริง” ในชีวิตประจำวัน ควบคู่กับการลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง และใช้พื้นที่สาธารณะเป็น “พื้นที่สุขภาพ” ของชุมชน ทั้งนี้ แม้กิจกรรมช่วงเย็นจะเหมาะสมกับการออกกำลังกาย แต่ในสภาพแวดล้อมเมืองที่อาจมีความร้อนสะสม ประชาชนควรดูแลสุขภาพตนเอง โดยดื่มน้ำให้เพียงพอ ปรับระดับความหนักของกิจกรรมให้เหมาะสม และสังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย เช่น อ่อนเพลียผิดปกติ เวียนศีรษะ หน้ามืด คลื่นไส้ ใจสั่น หรือเป็นตะคริว เพื่อให้สามารถมีกิจกรรมทางกายได้อย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง

ร่วมแสดงความคิดเห็น