การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาอนามัยแม่และเด็ก

กรมอนามัย จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาอนามัยแม่และเด็ก ความสำคัญและการป้องกันโรคไอกรนในหญิงตั้งครรภ์และทารกแรกเกิด Update วัคซีนในหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการดูแลหญิงตั้งครรภ์ เน้น “ฝากครรภ์คุณภาพ” และเพิ่มการเข้าถึงวัคซีนจำเป็น โดยเฉพาะวัคซีนป้องกันโรคไอกรน หลังพบอัตราการได้รับวัคซีนในหญิงตั้งครรภ์ยังต่ำ พร้อมชี้สถานการณ์เด็กเกิดใหม่ลดต่ำสุดในรอบ 75 ปี ทำให้เด็กทุกคนต้อง “รอดและมีคุณภาพ” ตั้งแต่ในครรภ์

วันนี้ (11 พฤษภาคม 2569) แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาอนามัยแม่และเด็ก ความสำคัญและการป้องกันโรคไอกรนในหญิงตั้งครรภ์และทารกแรกเกิด Update วัคซินในหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย ณ โรงแรมเซนเตอร์ พอยต์ เทอมินอล 21 จังหวัดนครราชสีมา ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตอัตราการเกิดต่ำ โดยปี 2568 มีเด็กเกิดใหม่เพียง 416,574 คน ต่ำที่สุดในรอบ 75 ปี เมื่อจำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลง เด็กทุกคนจึงต้องได้รับการดูแลให้มีคุณภาพสูงสุดตั้งแต่ในครรภ์ การฝากครรภ์อย่างมีคุณภาพจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาเด็กไทย นอกจากนี้ ปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อศักยภาพเด็กไทยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ได้แก่ การคลอดก่อนกำหนด ภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ รวมถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมการเลี้ยงดู เช่น การใช้หน้าจอมากเกินไป ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการเด็ก เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว

“กรมอนามัยจึงขับเคลื่อนนโยบาย 3 ด้าน ประกอบด้วย 1) ยกระดับคุณภาพบริการดูแลหญิงตั้งครรภ์และเด็ก 2) เชื่อมโยงฐานข้อมูลแม่และเด็กแบบบูรณาการ และ 3) เพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านการฝากครรภ์ การคัดกรอง และการดูแลเด็กปฐมวัย พร้อมกำหนดระบบ P-R-E (Proactive, Realization, Empowerment) เพื่อป้องกันภาวะคลอดก่อนกำหนด ตั้งเป้าลดอัตราคลอดก่อนกำหนดไม่เกินร้อยละ 8 และลดอัตราเสียชีวิตทารกแรกเกิดอายุ 7–28 วัน ไม่เกิน 4 ต่อพันการเกิดมีชีพ นอกจากนี้ ยังเดินหน้าโครงการ “เด็กฉลาดด้วยธาตุเหล็ก จ่าย 6 เจาะ 9” ให้เด็กอายุ 6 เดือนรับยาน้ำเสริมธาตุเหล็กพร้อมวัคซีน และตรวจคัดกรองภาวะซีดเมื่ออายุ 9 เดือน รวมถึงเปิด “Smart Hybrid Parenting School” โรงเรียนพ่อแม่รูปแบบผสมผสานทั้งออนไลน์และออนไซต์ เริ่มดำเนินการเดือนพฤษภาคมนี้” รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว

ด้าน นายแพทย์นุกูล ปุ๋ยสูงเนิน รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา กล่าวเสริมว่า สถานการณ์หญิงตั้งครรภ์เขตสุขภาพที่ 9 พบว่า มีหญิงตั้งครรภ์เข้ารับบริการฝากครรภ์ก่อน 12 สัปดาห์ ร้อยละ 78.85 แต่มีเพียง ร้อยละ 33.86 ที่เข้าถึงวัคซีนไอกรนในหญิงตั้งครรภ์ สาเหตุมาจากการฝากครรภ์ล่าช้า ความเข้าใจของหญิงตั้งครรภ์และครอบครัว รวมถึงความมั่นใจของบุคลากรในการให้วัคซีนในหญิงตั้งครรภ์ ขณะที่ยังพบผู้ป่วยโรคไอกรนในทารกแรกเกิดเป็นระยะๆ ศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมาจึงจัดการประชุมเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการฝากครรภ์คุณภาพ และสร้างความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยของวัคซีนในหญิงตั้งครรภ์ เพื่อให้แม่และเด็กเข้าถึงบริการที่มีมาตรฐานอย่างเท่าเทียม มีบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมประชุมกว่า 200 คน เพื่อร่วมพัฒนาแนวทางดูแลอนามัยแม่และเด็กในระดับพื้นที่และระดับประเทศต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น