บุหรี่ไฟฟ้าคือขยะ นิโคตินเคยถูกใช้หลายศตวรรษเป็น “ยาฆ่าแมลง”

มีภาคีส่งที่กลุ่มล้อบบี้ยิสต์บุหรี่ไฟฟ้าโพสต์ตั้งคำถาม “คนถามกันเต็มว่า ในเมื่อคนก็ใช้กันเยอะขนาดนี้ ทำไมยังไม่มีระบบถูกกฏหมาย ?”

ก็ขอตั้งคำถามกลับไปว่า การที่มีคนใช้บุหรี่ไฟฟ้าเยอะ ใครได้ประโยชน์ ?
และหากเปิดขายถูกกฏหมาย คนที่ใช้จะไม่ยิ่งเพิ่มขึ้นกว่านี้หรือ ?

    บุหรี่ไฟฟ้าไม่มีประโยชน์ใดๆ ต่อสังคมแม้แต่น้อย
    เป็นสินค้าเสพติด ที่ทำลายสุขภาพ โดยเฉพาะต่อเด็กและเยาวชน ที่เสี่ยงเป็นต้นทางสู่การใช้ยาเสพติดร้ายแรง
    โดยที่ไม่มีผลดีต่อผู้ใช้เลยแม้แต่น้อย ถ้ามีประโยชน์ ทำไมจึงมีเยาวชนอเมริกา 1 ล้านคน ที่สมัครเข้าโครงการเลิกบุหรี่ไฟฟ้า/บุหรี่มวน 
     การที่มีคนใช้บุหรี่ไฟฟ้าเยอะ ฝ่ายที่ได้ประโยชน์คือ บริษัทผู้ผลิตขาย
     แม้รัฐบาลอาจจะเก็บภาษีเพิ่มได้บ้าง 
     แต่มันคุ้มไหม กับที่รัฐจะมีรายได้ จากสินค้าที่ทำลายสุขภาพ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่เป็นสมบัติที่ลำ้ค่าที่สุดของประเทศ
     คนที่บริหารประเทศ ต้องมีความสามารถที่จะหารายได้เข้าประเทศ ด้วยวิธีการอื่น ไม่ใช่จากสินค้าที่ทำลายสุขภาพอย่างบุหรี่มวน/บุหรี่ไฟฟ้า

     ถามได้ ว่าแล้วทำไมบุหรี่มวนยังขายได้ถูกกฏหมาย ก็ขอถามกลับว่า จริงๆแล้ว บุหรี่มวนควรที่จะถูกกฏหมายไหมล่ะ กับที่ทำให้ครึ่งหนึ่งของคนที่ใช้ เจ็บป่วยและเสียชีวิตก่อนเวลาทั่วโลก ปีละ 7 ล้านคน และคนที่ได้รับควันบุหรี่มือสองปีละ 1.3 ล้าน
     รัฐบาลประเทศต่างๆ พยายามที่จะลดคนที่สูบบุหรี่ แต่ไม่สามารถออกกฏหมายทำให้บุหรี่มวนผิดกฏหมาย เพราะการขัดขวางของบริษัทบุหรี่    
     และอย่าว่าแต่ออกกฏหมายห้ามขายบุหรี่มวนเลย แค่จะออกกฏหมายห้ามเติมเมนทอลในการผลิตบุหรี่
    เพราะเมนทอล ทำให้คนติดบุหรี่ง่ายขึ้น และเลิกสูบยากขึ้น หลายๆประเทศ รวมทั้งประเทศไทย ก็ยังออกกฏหมายนี้ไม่ได้
    โดยฝ่ายที่คัดค้านคือบริษัทบุหรี่ 

    ผมจึงขอนำอินโฟ ที่เผยแพร่โดยมูลนิธิบลูมเบิร์กร่วมกับองค์การอนามัยโลก ในโครงการ VAPES ARE TRASH หรือ บุหรี่ไฟฟ้าคือขยะ

มาแชร์
เราคงไม่อยากให้เด็กและเยาวชนไทย สูดขยะ เข้าสู่ร่างกายใช่ไหม
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 14 พฤษภาคม 2569
อ้างอิง
https://www.instagram.com/p/C8rhRPQgJvv/

ร่วมแสดงความคิดเห็น