ป.ป.ส. ร่วมกับ กรมศุลกากร และศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย ภายใต้โครงการความร่วมมือด้านปราบปรามและสกัดกั้นยาเสพติดพื้นที่ท่าเรือ (Seaport Interdiction Task Force : SITF) จับกุมผู้ต้องหา 3 คน (หญิงไทย 2 คน และชาวไนจีเรีย 1 คน) พร้อมพัสดุระหว่างประเทศ ซุกซ่อนเฮโรอีน 5,400 กรัม บรรจุในไส้กรองเครื่องกรองน้ำ ปลายทางเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
ตามนโยบายของ พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ให้ความสำคัญกับการปราบปรามยาเสพติด
ในทุกระดับการค้า รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือทางการข่าวระหว่างหน่วยงานภายในประเทศ และหน่วยงานระหว่างประเทศ และการประสานแลกเปลี่ยนข้อมูลการสืบสวนในปฏิบัติงานด้านการสกัดกั้นและป้องกันการลักลอบลำเลียงยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย นำไปสู่ความสำเร็จในการสกัดกั้นยาเสพติดทางท่าเรือซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของเส้นทางการขนส่ง
ยาเสพติดข้ามชาติที่กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดมักใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางผ่านเพื่อส่งต่อไปยังประเทศที่สาม
โดยเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับกรมศุลกากร และศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย ภายใต้โครงการความร่วมมือด้านปราบปรามและสกัดกั้นยาเสพติดพื้นที่ท่าเรือ (Seaport Interdiction Task Force : SITF) จับกุมผู้ต้องหา 3 คน เป็นหญิงไทย 2 คน และชาวไนจีเรีย 1 คน คือ น.ส.มาริสา (สงวนนามสกุล) น.ส.ภิมภา (สงวนนามสกุล) และนายชุควูเมก้า (สงวนนามสกุล) สัญชาติไนจีเรีย พร้อมเฮโรอีนน้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 5,400 กรัม ซุกซ่อนในพัสดุบรรจุในไส้กรองของเครื่องกรองน้ำ จำนวน 2 เครื่อง ปลายทางเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันพยายามส่งออก ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” เหตุเกิดที่ บริษัทตัวแทนผู้ให้บริการนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างประเทศในพื้นที่ กทม. ต่อเนื่อง ร้านอาหารในพื้นที่ เขตประเวศ กทม.
พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สืบสวนเครือข่ายนักค้ายาเสพติดที่มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดทางพัสดุภัณฑ์ส่งออกนอกราชอาณาจักร โดยพบข้อมูลพัสดุต้องสงสัยคาดว่ามีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่ภายในเตรียมส่งไปยังเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนผ่านทางท่าเรือและได้ถูกส่งมายังบริษัทตัวแทนผู้ให้บริการนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างประเทศในพื้นที่ กทม. วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับกรมศุลกากร และศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย จึงเข้าตรวจสอบพัสดุต้องสงสัยที่บริษัทดังกล่าว โดยพัสดุดังกล่าวระบุต้นทางจาก จ.สมุทรปราการ และปลายทางเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน จากการตรวจสอบพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 5,400 กรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในไส้กรองของเครื่องกรองน้ำ จำนวน 2 เครื่อง ต่อมาเจ้าหน้าที่พบหญิงต้องสงสัย 2 คนที่นำพัสดุมาฝากส่งได้เดินทางมาชำระเงินค่าขนส่ง จึงแสดงตัวขอตรวจสอบ ทราบชื่อคือ น.ส.มาริสา และ น.ส.ภิมภา จึงนำตัวหญิงทั้ง 2 คนไปตรวจสอบพัสดุ พบของกลางดังกล่าวซุกซ่อนในพัสดุ
ผู้ต้องหาให้การว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายชาวแอฟริกันตะวันตกให้ส่งพัสดุไปยังเขตบริหารพิเศษฮ่องกง
แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยจะได้รับค่าจ้างประมาณ 10,000 บาท โดยเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ชายคนดังกล่าวได้ให้ไปรับกล่องพัสดุที่ร้านอาหารในพื้นที่เขตประเวศ กทม. และเมื่อส่งพัสดุเรียบร้อยแล้วให้กลับมารับค่าจ้างที่ร้านอาหารดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงขยายผลจับกุมนายชุควูเมก้า พร้อมของกลางเงินสดจำนวน 10,000 บาท และเข้าตรวจค้นห้องพักของผู้ต้องหาในพื้นที่เขตประเวศ และเขตพระโขนง กทม. ผลการตรวจค้นไม่พบยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย




ร่วมแสดงความคิดเห็น