สถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ชายแดน อ.พบพระ จังหวัดตาก ยังคงน่าเป็นห่วง

สถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ชายแดนอำเภอพบพระ จังหวัดตาก ยังคงน่าเป็นห่วง ล่าสุด หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ระดมกำลังพลและชุดบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือโรงเรียนรวมไทยพัฒนา 4 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก หลังเผชิญเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่โรงเรียนอย่างหนัก จนสร้างความเสียหายและกระทบต่อการเรียนการสอนของนักเรียนในพื้นที่

เจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยทหารราบที่ 423 หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ได้เร่งนำกำลังพลเข้าดำเนินการสร้างแนวคันกั้นน้ำด้วยกระสอบทรายรอบอาคารเรียน โดยเฉพาะบริเวณห้องเรียนชั้นล่างที่ได้รับผลกระทบจากมวลน้ำและโคลนที่ไหลทะลักเข้าท่วม หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่เมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำป่าจากพื้นที่ภูเขาสูงไหลบ่าเข้าท่วมโรงเรียนอย่างรวดเร็ว

จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งวางแนวป้องกันน้ำ เพื่อสกัดไม่ให้น้ำป่าไหลเข้าท่วมพื้นที่เพิ่มเติม รวมถึงลดความเสียหายต่ออาคารเรียน โต๊ะ เก้าอี้ หนังสือเรียน และอุปกรณ์การเรียนการสอนของนักเรียน ซึ่งบางส่วนได้รับผลกระทบจากน้ำและโคลนที่พัดเข้ามาภายในโรงเรียนแล้ว

กำลังพลของหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ได้ช่วยกันขนกระสอบทราย วางแนวป้องกันตามจุดเสี่ยงต่างๆ ภายในโรงเรียน ท่ามกลางสภาพอากาศที่ยังคงมีฝนตกเป็นระยะ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสอบเส้นทางน้ำและเฝ้าระวังจุดเสี่ยงอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมรับมือหากเกิดฝนตกหนักซ้ำอีกระลอก

ทั้งนี้ หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ยังได้จัดกำลังพลเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง ตามประกาศแจ้งเตือนสภาพอากาศของหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยา ที่คาดการณ์ว่าจะยังคงมีฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดตากต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ โดยพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ทันที หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากเพิ่มเติม

ด้านชาวบ้านในพื้นที่ต่างรู้สึกอุ่นใจ หลังมีเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาช่วยเหลือและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากในช่วงหลายวันที่ผ่านมา พื้นที่ตำบลรวมไทยพัฒนาและพื้นที่ใกล้เคียงมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายจุดเริ่มมีน้ำสะสมและเกิดกระแสน้ำไหลเชี่ยว สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงขอความร่วมมือประชาชนติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะบริเวณเชิงเขา ลำห้วย และทางน้ำธรรมชาติ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน.

ร่วมแสดงความคิดเห็น