กรมศิลป์รุดลงพื้นที่ตรวจจุดแจ้งความเทศบาลเมืองด้านนายกเทศมนตรีลั่น “ถ้าโดนคดี…ขอยกพื้นที่คืนให้กรมศิลป์ดูแลเอง”
เมื่อวันที่ 22 พ.ค.69เวลา11.00 น. นายชินณวุฒิ วิลยาลัย รองอธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วย นางสาวคฑารัตน์ เทพสืบ ช่างสำรวจผู้ดูแลโครงการ และคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงบริเวณคูเมืองแพร่ (น้ำคือ) ต.ในเวียง อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ โดยมี ร.ต.อ.ทศพล ยศศรีใจ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองแพร่ พนักงาตสอลสวนสภ.เมืองแพร่เจ้าของคดีร่วมตรวจสอบและบันทึกภาพจุดเกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน
การลงพื้นที่ครั้งนี้สืบเนื่องจาก
กรณีมีมือดีร้องเรียนเทศบาลเมืองแพร่ ไปยังดรมศิลปากรกล่าวหาเทศบาลเมืองแพร่ขุดลอกรื้อ คูน้ำคือและเตรียมปรับภูมิทัศน์ เป็นการทำให้โบราณสถานได้รับความเสียหาย ไม่ได้ขออนุญาตกรมศิลปากรเข้าดำเนินการ จนกระทั่งกรมศิลปากรได้มอบอำนาจให้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองแพร่เพื่อดำเนินคดีกับเทศบาลเมืองแพร่ ในข้อหา “ซ่อมแซม แก้ไข เปลี่ยนแปลง รื้อถอน ต่อเติม ทำลาย เคลื่อนย้ายโบราณสถานโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมศิลปากร และบุกรุกโบราณสถาน” จากกรณีที่เทศบาลเมืองแพร่ ได้ทำการขุดลอกโบราณคูเมืองแพร่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (ช่วงน้ำคือถึงประตูใหม่) โดยไม่ได้ขออนุญาตล่วงหน้า
ด้าน นายชินณวุฒิ วิลยาลัย รองอธิบดีกรมศิลปากร ชี้แจงว่า การลงพื้นที่ในวันนี้เป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่มีการร้องเรียนในครั้งแรก อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาทางเทศบาลเมืองแพร่ได้ส่งหนังสือขออนุญาตเข้ามาแล้ว และกรมศิลปากรก็ได้อนุมัติให้ดำเนินการต่อได้ ซึ่งส่วนที่ได้รับอนุญาตแล้วก็สามารถทำต่อไปได้เลย ถือเป็นคนละส่วนกับคดีความที่กำลังตรวจสอบ
ขณะที่ นายสุริยา อินต๊ะนอน นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ พร้อมคณะผู้บริหาร ได้ร่วมลงพื้นที่ให้ข้อมูล โดยกล่าวว่า ที่ผ่านมาเทศบาลเมือง มุ่งมั่นพัฒนาพื้นที่ให้ถูกต้อง แต่เมื่อเกิดการร้องเรียนและถูกดำเนินคดี ทางเทศบาลเมืองแพร่ จึงได้ทำหนังสือขอส่งคืนพื้นที่คูเมืองแพร่ให้กรมศิลปากรกลับไปดูแลทั้งหมด ในแต่ละครั้งเทศบาลเมืองแพร่ต้องใช้งยประมาณกว่า 2 ล้านบาท เข้ามาดูแล เทศบาลเมืองแพร่จะได้นำงยประมาณส่วนนี้ไปใช้ในโครงการพื้นฐานให้ประชาขาชนใมเขคเทศบาลเมืองแพร่ต่อไป
ส่วนในอนาคตหากต้องมีการช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่น้ำคือ เทศบาลเมืองแพร่ ยินดีสนับสนุนตามกรอบกฎหมาย ยืนยันไม่ได้ทอดทิ้งชาวบ้าน แต่ขอส่งมอบพื้นที่ให้กรมศิลปากรดูแลก่อน
นอกจากนี้ นางสาวพัชรา ชลิติยานันท์ ตัวแทนชาวบ้านในชุมชนน้ำคือกล่าวว่า ตนเองมีบ้านอยู่ใกล้คูเมืองน้ำคือ และอยากเห็นคูเมืองได้รับการปรับปรุงให้สวยงามเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว จึงอยากให้ทุกฝ่ายหาข้อยุติและร่วมมือกันพัฒนาเมืองแพร่ต่อไป





ร่วมแสดงความคิดเห็น