
วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 เครือข่ายประชาชนผู้ได้รับผลกระทบที่ราชพัสดุนิคมแม่ลาว จัดประชุมและออกแถลงการณ์ ณ บ้านนิคมแม่ลาว ต.ธารทอง อ.พาน จ.เชียงราย โดยมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 600 คน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาข้อพิพาทที่ดินในพื้นที่นิคมโรคเรื้อนแม่ลาว ครอบคลุมพื้นที่ ต.ธารทอง และ ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย หลังชาวบ้านจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการประกาศพื้นที่เป็นที่ราชพัสดุ ทั้งที่ชุมชนตั้งถิ่นฐานและทำกินมาก่อนการประกาศของรัฐ
ในแถลงการณ์ระบุว่า ชุมชนในพื้นที่มีประวัติการตั้งถิ่นฐานยาวนานตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ.2481 โดยอ้างอิงการก่อตั้ง “วัดราษฎร์บำรุง” ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสำนักนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ถือเป็นหลักฐานยืนยันการมีอยู่ของชุมชนก่อนการประกาศเขตที่ดินของรัฐตามประกาศคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ พ.ศ.2498
เครือข่ายประชาชนฯ ระบุว่า การบังคับใช้พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ.2562 มาตรา 6 (3) ของกรมธนารักษ์ ส่งผลให้พื้นที่ชุมชนดั้งเดิมและพื้นที่โดยรอบถูกตีความรวมเป็นที่ราชพัสดุ พร้อมกล่าวหาว่ามีการกดดันให้ชาวบ้านทำสัญญาเช่าในที่ดินที่เป็นมรดกบรรพบุรุษ รวมถึงมีการข่มขู่ดำเนินคดีบุกรุก และยึดเอกสารสิทธิเบื้องต้นที่ประชาชนนำไปยื่นขอออกโฉนด
เครือข่ายฯ ยืนยันว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ได้มีเจตนาละเมิดกฎหมายหรือสร้างความเดือดร้อนแก่หน่วยงานรัฐ พร้อมเรียกร้องให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปตามหลักนิติธรรมและความยุติธรรม
สำหรับข้อเรียกร้องสำคัญ มีทั้งหมด 6 ข้อ ได้แก่
- ขอให้รัฐเพิกถอนสภาพที่ราชพัสดุทั้งหมด และออกโฉนดคืนให้ประชาชนผู้ครอบครองและทำกิน
- ขอให้ระงับการบังคับทำสัญญาเช่า การเรียกเก็บค่าเช่าย้อนหลัง และการดำเนินคดีบุกรุกกับชาวบ้าน
- ขอให้สำนักงานที่ดินยุติการยึดเอกสารสิทธิ และเร่งดำเนินการออกโฉนดแก่ประชาชน
- ขอให้เร่งรัดการออกโฉนดให้วัดราษฎร์บำรุง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชุมชน
- ขอให้รัฐสนับสนุนข้อมูลทะเบียนราษฎรและภาพถ่ายทางอากาศเพื่อพิสูจน์สิทธิอย่างเป็นธรรม
- ขอให้เร่งยุติข้อพิพาทภายในคนรุ่นปัจจุบัน ก่อนพยานบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชุมชนจะล้มหายไป
ช่วงท้ายของแถลงการณ์ เครือข่ายประชาชนฯ ระบุว่า หากหน่วยงานรัฐยังคงดำเนินการล่าช้า หรือไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ชาวบ้านพร้อมยกระดับการต่อสู้ผ่านกระบวนการทางกฎหมาย ทั้งศาลปกครองและศาลยุติธรรม เพื่อปกป้องสิทธิในที่ดินของตนเองอย่างถึงที่สุด
ทั้งนี้ เครือข่ายประชาชนผู้ได้รับผลกระทบที่ราชพัสดุนิคมแม่ลาว ยืนยันว่า การรวมตัวครั้งนี้ไม่ใช่การท้าทายอำนาจรัฐ แต่เป็นการทวงถามความยุติธรรม และเรียกร้องความมั่นคงในที่ดินทำกินให้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างแท้จริง




ร่วมแสดงความคิดเห็น