
วงการคณะสงฆ์และชาวบ้านในพื้นที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ต่างตกอยู่ในความโศกเศร้า หลัง “พระครูปิยวรรณพิพัฒน์” เจ้าอาวาสวัดหัวฝาย ต.สันกลาง อ.พาน จ.เชียงราย และเจ้าคณะตำบลสันกลาง เขต 1 และได้รับแต่งตั้งดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา รมว.พม. สมัยนายวราวุธ ศิลปอาชา เป็นรัฐมนตรี ได้มรณภาพกะทันหันภายในกุฏิ ท่ามกลางความอาลัยของลูกศิษย์และคณะศรัทธาที่เดินทางมารวมตัวกันเต็มวัด หลายคนถึงกับร้องไห้ด้วยความเสียใจต่อการจากไปของพระนักพัฒนาผู้เป็นที่เคารพศรัทธา
เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่กู้ภัย แพทย์เวร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งเหตุมีพระภิกษุมรณภาพอยู่ภายในกุฏิของวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอพาน จึงรีบรุดเข้าตรวจสอบ เมื่อเดินทางถึงพบชาวบ้านและศิษยานุศิษย์จำนวนมากยืนรออยู่บริเวณหน้ากุฏิด้วยสีหน้าโศกเศร้า
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบร่างของพระครูปิยวรรณพิพัฒน์ นอนฟุบอยู่บริเวณหน้าตู้สไลด์กดน้ำภายในกุฏิ โดยไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย คาดว่าเกิดอาการวูบเฉียบพลันจากโรคประจำตัว
นายปกรณ์ โหมคพลาย หรือ “น้องแมน” อายุ 21 ปี ศิษย์ใกล้ชิดซึ่งคอยอุปัฏฐาก เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า พระอาจารย์เป็นพระที่เคร่งครัดในกิจวัตร ตื่นตั้งแต่ช่วงตี 3 ถึงตี 4 ทุกวันเพื่อทำวัตรเช้า และหลังเสร็จกิจมักจะเปิดโทรศัพท์เข้าเฟซบุ๊ก ส่งสติกเกอร์และกดไลก์ทักทายคณะศรัทธาเป็นประจำทุกเช้าไม่เคยขาด
“วันนี้ผิดสังเกต เพราะจนเกือบ 10 โมงแล้ว พระอาจารย์ยังไม่ลงจากกุฏิ และไม่มีการเคลื่อนไหวในกลุ่มเฟซบุ๊กเลย พวกเราจึงเริ่มกังวล ก่อนตัดสินใจพังประตูเข้าไปดู ก็พบว่าท่านนอนแน่นิ่งอยู่หน้าตู้กดน้ำแล้ว” นายปกรณ์ กล่าว
ศิษย์ใกล้ชิดยังระบุอีกว่า พระครูปิยวรรณพิพัฒน์ไม่ค่อยเปิดเผยเรื่องสุขภาพของตนเอง แต่จากที่สังเกตพบว่ามียาประจำตัวหลายชนิด คาดว่าอาจมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับความดันโลหิตหรือเบาหวาน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของอาการวูบกะทันหันจนมรณภาพ
สำหรับพระครูปิยวรรณพิพัฒน์ ถือเป็นพระนักพัฒนาคนสำคัญของจังหวัดเชียงราย ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหัวฝาย และเจ้าคณะตำบลสันกลาง เขต 1 มีบทบาทโดดเด่นด้านงานสาธารณสงเคราะห์และพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน โดยเฉพาะการดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่
ตลอดระยะเวลาที่ดำรงสมณเพศ ท่านเป็นผู้ริเริ่มโครงการช่วยเหลือสังคมหลายด้าน ทั้งการจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ การส่งเสริมเครือข่ายชุมชนเข้มแข็ง รวมถึงการรณรงค์ลดปัญหาสุราในชุมชน จนเป็นที่เคารพรักของชาวบ้านในพื้นที่อำเภอพานและจังหวัดเชียงราย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์เวรได้ร่วมกันชันสูตรพลิกศพ ก่อนมอบหมายให้หน่วยกู้ภัยนำร่างส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจหาสาเหตุการมรณภาพอย่างละเอียดอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอาลัยของลูกศิษย์และประชาชนที่สูญเสียพระนักพัฒนาผู้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนไปอย่างไม่มีวันกลับ.



ร่วมแสดงความคิดเห็น