“ทีมม้าแก่” เดินหน้าอนุรักษ์คัมภีร์ใบลาน ค้นพบร่องรอยวัดโบราณ-ตำรายาเมืองน่านอันล้ำค่า

“ทีมม้าแก่” ลงพื้นที่อนุรักษ์เอกสารโบราณ ณ วัดนาปัง ต.นาปัง อ.ภูเพียง จ.น่าน ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม 2569 โดยมี อจ.สมเจตน์วิมลเกษม , นายเดช ทะลือ และนายเอ็ดทิพย์ ปาละคณะทำงานโครงการสำรวจทำสำเนาดิจิตัลและปริวรรตเอกสารตำรายาและตำราแพทย์แผนไทย พร้อมอาสาสมัครด้านจารึกของจังหวัดน่านเข้าร่วมเรียนรู้การอนุรักษ์คัมภีร์ใบลานอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในผู้ร่วมปฏิบัติงาน คือ ว่าที่ ดร.สว่างจิต อดีตลูกศิษย์สมัยมัธยม ผู้มีความตั้งใจเรียนรู้และฝึกปฏิบัติอย่างดี จนสามารถห่อคัมภีร์ใบลานได้อย่างเรียบร้อยและถูกวิธี

การอนุรักษ์คัมภีร์และเอกสารโบราณของวัดนาปังครั้งนี้ ใช้วิธีห่อ 2 ชั้น โดยชั้นในใช้ผ้าฝ้ายดิบ ส่วนชั้นนอกใช้ผ้าสีเหลืองดิ้นทอง ซึ่งมีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคให้ทางวัด แม้โดยปกติจะไม่นิยมใช้ผ้าประเภทนี้ห่อคัมภีร์ เนื่องจากสีเคมีและดิ้นทองที่เป็นโลหะอาจส่งผลกระทบต่อเอกสารโบราณ แต่เพื่อรักษาศรัทธาของผู้บริจาค จึงแก้ปัญหาด้วยการห่อผ้าฝ้ายดิบรองอีกชั้นหนึ่ง

ตลอดการปฏิบัติงาน มีประชาชนและผู้สนใจแวะเวียนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์เอกสารโบราณ รวมถึงประวัติศาสตร์บ้านเมืองที่ปรากฏในคัมภีร์และเอกสารเก่า

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้รับเมตตาจาก พระครูฉันทเจติยานุรักษ์ เจ้าคณะตำบลนาบัง และรองเจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง มาเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมให้ความสนใจกับข้อมูลเกี่ยวกับ “วัดร้าง” ที่ปรากฏชื่อในเอกสารโบราณ คือ “วดนาออนโท่งล้อม” หรือ “วัดปราสาท” ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์
จากเอกสารที่ค้นพบเบื้องต้น พบเรื่องสำคัญหลายรายการ อาทิ “ถูปวงศ์” (จ.ศ.1168) “ภวิรติ” (จ.ศ.1181) และ “รัตนรังสี” (จ.ศ.1232) โดยปรากฏชื่อผู้จารคือ “พระอนุรัสสภิกขุ” พระภิกษุผู้เดินทางมาจากเมืองอาฬวี สิบสองปันนา (เชียงรุ้ง)
เอกสารยังระบุว่า พระอนุรัสสภิกขุได้สร้างหอพระอุโบสถมียอดหน้าจั่วถึง 56 ชั้น และได้สร้างพระธรรมคัมภีร์ถวายไว้จำนวนมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานศึกษาด้านโบราณคดีของ พระครูพนัส ทิพฺพยเมธี เจ้าอาวาสวัดน้ำลัด
เบื้องต้นมีการสันนิษฐานว่า รูปแบบสถาปัตยกรรมของวัดดังกล่าวอาจได้รับอิทธิพลจากศิลปกรรมไทลื้อ โดยนำรูปแบบอุโบสถและหอไตรเมืองฮายมาเปรียบเทียบศึกษา อย่างไรก็ตาม ยังต้องมีการศึกษาข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมต่อไป
ล่าสุด จากการสำรวจพื้นที่จริง ยังพบร่องรอยหลักฐานโบราณสถานจำนวนมาก และสิ่งที่สร้างความปลาบปลื้มใจอย่างยิ่ง คือ การค้นพบเอกสารตำรายาโบราณอันเป็นภูมิปัญญาของบรรพชนน่านแล้วจำนวน 13 รายการ นับเป็นอีกหนึ่งมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่ควรได้รับการอนุรักษ์และศึกษาสืบต่อไป

ต่อมา ทีมอนุรักษ์เดินหน้าสำรวจคัมภีร์โบราณวัดนาปัง พบร่องรอยเอกสารยุคธนบุรี–ต้นรัตนโกสินทร์
ความคืบหน้าการสำรวจ ขึ้นทะเบียน และอนุรักษ์เอกสารโบราณประเภทคัมภีร์ใบลานและพับสา ของวัดนาปัง ยังคงดำเนินต่อเนื่อง โดยทีมอนุรักษ์ใช้เวลาปฏิบัติงานมาแล้ว 9 วัน นับตั้งแต่เริ่มดำเนินงานเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ทีมงานได้ดำเนินการตามขั้นตอนอนุรักษ์อย่างละเอียด ทั้งการลงทะเบียนเอกสาร ทำความสะอาด ซ่อมแซมส่วนที่ชำรุด เช่น การเปลี่ยนสายสนองหรือเส้นด้ายผูกคัมภีร์ใบลาน การจัดระเบียบใบลานด้วยไม้เสียบเพื่อป้องกันการหลุดหายจากมัดหรือกัปป์ธรรม รวมถึงการใส่ไม้ประกับใหม่ในกรณีที่ของเดิมชำรุดหรือสูญหาย

จากการสำรวจพบว่า คัมภีร์ใบลานจำนวนมากมีอายุกว่า 100 ปี และบางรายการเก่าแก่ย้อนไปถึงสมัยกรุงธนบุรีและต้นกรุงรัตนโกสินทร์ นอกจากนี้ยังพบเอกสารสำคัญที่ไม่เกี่ยวข้องเฉพาะพระพุทธศาสนา อาทิ “มังรายธรรมศาสตร์” ซึ่งเป็นกฎหมายโบราณของอาณาจักรล้านนา ตำรายา และเอกสารหลักคำ รวมแล้วกว่า 13 รายการ
อย่างไรก็ตาม เอกสารที่ปรากฏเป็นกองใหญ่ในภาพถ่ายนั้น ทีมงานสามารถดำเนินการแล้วเสร็จเพียงประมาณ 1 ใน 5 เท่านั้น ขณะที่ยังมีหีบคัมภีร์ใบลานขนาดใหญ่อีก 11 หีบที่ยังไม่ได้เปิดสำรวจ

สำหรับการเก็บรักษา ทางโครงการได้ใช้วิธีห่อคัมภีร์สองชั้น โดยชั้นในใช้ผ้าฝ้ายดิบ และชั้นนอกใช้ผ้าสีเหลืองที่ได้รับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา ซึ่งได้ดำเนินการห่อและมัดเชือกตามแนวทางอนุรักษ์ของโครงการมาตั้งแต่ปี 2565

ขณะเดียวกัน การดำเนินงานของทีมอนุรักษ์ต้องเผชิญข้อจำกัดด้านกำลังคน หลัง “พ่อครูเดช ทะลือ” หนึ่งในกำลังหลักของทีม ต้องเดินทางไปดูแลภรรยาที่เข้ารับการรักษาโรคหัวใจที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กรุงเทพมหานคร ทำให้ปัจจุบันเหลือทีมงานปฏิบัติงานเพียง 2 คน ที่ยังคงเดินหน้าภารกิจอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าของท้องถิ่นต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ

ร่วมแสดงความคิดเห็น