มช. เดินหน้าแผนอนาคต เปิดเวที “สัมมนาผู้บริหารมหาวิทยาลัย 2569”

มช. เดินหน้าแผนอนาคต เปิดเวที “สัมมนาผู้บริหารมหาวิทยาลัย 2569” ระดมวิสัยทัศน์ ร่วมขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่อนาคต ภายใต้แผนพัฒนาระยะที่ 14

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดสัมมนาผู้บริหารมหาวิทยาลัย ประจำปี 2569 CMU EXECUTIVE SEMINAR 2026 “Inclusive Innovation for Sustainability” ระหว่างวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2569 ณ สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (UNISERRV) เวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้บริหารทุกระดับของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กว่า 500 คน ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง รับฟังข้อเสนอแนะ และต่อยอดความร่วมมือในการผลักดันยุทธศาสตร์ด้านต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย ให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต ด้วยการขับเคลื่อนโยบายของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตามแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 14 (พ.ศ. 2571-2575)
.
โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวเปิดการสัมมนา พร้อมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์ของโลก ที่ส่งผลกระทบต่อมหาวิทยาลัย” ซึ่งสะท้อนว่า วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้เป็นเหตุไกลตัวของมหาวิทยาลัย แต่กำลังเปลี่ยนเงื่อนไขด้านพลังงาน เศรษฐกิจ เทคโนโลยี การศึกษา และความมั่นคงพร้อมกัน มหาวิทยาลัยต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้ผลิตและองค์ความรู้แบบเดิมไปเป็นกลไกสำคัญของประเทศในการคาดการณ์ ปรับตัว สร้างนวัตกรรม และออกแบบเชิงนโยบาย
.
ขณะเดียวกัน ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “นโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” โดยเน้นย้ำการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันกับทุกภาคส่วน กระทรวง อว. จึงเปรียบเสมือน “มินิ ครม. ด้านวิทยาศาสตร์” ที่มีพร้อมทั้งองค์ความรู้และบุคลากร ซึ่งสามารถสร้างพื้นที่ Sandbox นำร่องในการแก้ปัญหาใหญ่ของประเทศได้ในทุกมิติ โดยเน้นการนำงานวิจัยไปเชื่อมโยงกับภาคเศรษฐกิจ การต่างประเทศ ความมั่นคง การจัดการภัยพิบัติ และการบริหารภาครัฐ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่หน่วยงานรับผิดชอบสามารถนำไปขยายผลได้จริง โดยเป้าหมายสำคัญที่สุดคือการผลักดันให้ไทยเป็น “ประเทศรายได้สูง”
.
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการนำเสนอ “แผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 13 : So Far So Good ผ่านประเด็นสำคัญ ได้แก่ Future Food, CMU AI, PM 2.5 & Water Management, Carbon Neutrality และ Tourism & Creative Economy และ แผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 14 : Next Episode – Sustainability ที่มุ่งขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่สู่ความยั่งยืน
.
โดยศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.ชรินทร์ เตชะพันธุ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่รับผิดชอบด้านยุทธศาสตร์โดยองค์รวม ได้สรุปผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570) ที่ผ่านมา (Plan 13 : So Far So Good) โดยผลการดำเนินงานได้บรรลุตัวชี้วัดวิสัยทัศน์ ในการจัดอันดับ Times Higher Education Impact Rankings ในอันดับที่ 44 และได้รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศที่มีความโดดเด่นด้านนวัตกรรม Thailand Quality Class Plus (Innovation) นอกนี้ผู้บริหารระดับสูงมหาวิทยาลัยได้นำเสนอก้าวหน้าการดำเนินการตามแผนบูรณาการภายใต้แผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570)
.
การสัมมนาครั้งสำคัญนี้ ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้นำเสนอกรอบการจัดทำ (ร่าง) แผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 14 (พ.ศ. 2571 – 2575) ด้วยวิสัยทัศน์ “มหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับผิดชอบต่อสังคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยนวัตกรรม” (A Leading University Committed to Social Responsibility for Sustainable Development through Innovation) และรับฟังความคิดเห็นจากกรรมการสภามหาวิทยาลัย และผู้บริหารส่วนงาน เพื่อเติมเต็มแผนพัฒนาการศึกษาให้ตอบสนองต่อความต้องการของทุกภาคส่วน
.
สำหรับประเด็นความท้าทายที่นำมาพิจารณาในการจัดทำ (ร่าง) แผนฯ 14 ประกอบด้วย สภาวะโลกเดือด ปัญหาสุขภาพที่รุนแรง ความมั่นคงด้านอหาร การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย ความขัดแย้งทาง Geopolitics การเข้าสู่ยุคที่ผู้เรียนมาพร้อมกับทักษะดิจิทัล AI และเทคโนโลยีใหม่ ๆ และการผลิตกำลงคนที่เน้นทักษะที่ทำงานได้ ความคาดหวังจากผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนามหาวิทยาลัยระยะที่ 14 (พ.ศ. 2571 – 2575) ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คือ การผลิตกำลังคนที่มีทักษะสูงและสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บัณฑิต ผู้ประกอบการ การให้บริการวิชาการที่ตอบสนองการพัฒนาพื้นที่ชุมชนและภูมิภาค และช่วยยกระดับเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของท้องถิ่นและประเทศ เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายของประเทศไทย ในการวางรากฐานสู่การเป็น ประเทศรายได้สูง สร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูง ให้แก่ประเทศอย่างยั่งยืน
.

ร่วมแสดงความคิดเห็น