อยู่ใกล้ร้านขายบุหรี่ ยิ่งทำให้ “เลิกสูบยากขึ้น”

ข้อมูลสำรวจสุขภาพประชาชนไทยครั้งที่ 6 (NHES 6) พบว่า เยาวชนอายุ 15-19 ปีที่บ้านอยู่ใกล้ร้านขายบุหรี่ในระยะเดินถึง มีสัดส่วนที่ “ยังไม่คิดจะเลิกสูบ” สูงกว่าเยาวชนที่ไม่มีร้านค้าบุหรี่ที่อยู่ใกล้บ้านถึง 1.5 เท่า

สอดคล้องกับงานวิจัยในสหรัฐที่พบว่า ผู้ที่กำลังเลิกบุหรี่หากอาศัยอยู่ใกล้ร้านค้าบุหรี่ในระยะเดินเท้าไม่ไกล (< 500 เมตร) มีแนวโน้มที่จะหยุดสูบบุหรี่อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 6 เดือนได้น้อยกว่า ผู้ที่อาศัยอยู่ห่างจากร้านค้าบุหรี่
ขณะที่ในกลุ่มคนที่สูบบุหรี่ทุกวัน การเจอร้านค้าบุหรี่ในชีวิตประจำวันมีความสัมพันธ์กับความ“อยากสูบบุหรี่”ที่เพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน ยิ่งอยู่ไกลจากร้านค้าบุหรี่มากเท่าไร ยิ่งเพิ่มโอกาสการ“เลิกสูบบุหรี่”ให้สูงขึ้น

รศ.พญ เริงฤดี ปธานวนิช ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี 25 พฤษภาคม 2569
อ้างอิง:
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC12481226/
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC3020198/
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/27533777/
หมายเหตุ
จุดขาย เป็น 1 ในองค์ประกอบสำคัญของการตลาด 4 ข้อ ธุระกิจจะวางจุดขาย/กระจายสินค้าให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงง่าย
กรณีบุหรี่ที่มีฤทธิ์เสพติดสูง ยิ่งมีร้านค้าบุหรี่เยอะ วัยรุ่นยิ่งติดบุหรี่มากขึ้น ขณะที่คนสูบยิ่งเลิกยากขึ้น
การลดจุดขายบุหรี่ จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญข้อหนึ่งในการลดจำนวนคนสูบบุหรี่ โดยทำให้เกิดนักสูบหน้าใหม่ลดลง ขณะที่คนที่สูบอยู่เลิกง่ายขึ้น
การฝากความหวังที่จะลดจำนวนคนสูบบุหรี่ไว้ที่การรณรงค์ และรักษาให้คนเลิกสูบ ในขณะที่อนุญาตให้มีร้านขายบุหรี่จำนวนมากๆ ซึ่งจะทำให้คนติดบุหรี่มากขึ้น เลิกยากขึ้น เป็นเรื่องที่“สวนทางกัน” ชัดเจน
ถ้าไม่แก้ไขปัญหานี้ด้วยการลดจุดขาย ความหวังที่จะเห็นคนไทยสูบบุหรี่ลดลง จะเป็นเรื่องที่ยากมาก
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 25 พฤษภาคม 2569

ร่วมแสดงความคิดเห็น