รวบแล้ว “อดีตปลัดโอ” ผู้ต้องหาคนสำคัญคดีขบวนการค้าปืนข้ามชาติ ยังปฏิเสธให้การ

รวบแล้ว “อดีตปลัดโอ” ผู้ต้องหาคนสำคัญคดีขบวนการค้าปืนข้ามชาติ คุมตัวถึงเชียงของกลางดึก ยังปฏิเสธให้การ

ความคืบหน้าปฏิบัติการ “ขจัดเหลือบราชสีห์” ของชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ภายหลังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในขบวนการปลอมแปลงใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน (ป.3) และลักลอบค้าอาวุธปืนข้ามชาติ ล่าสุดสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหารายสำคัญได้แล้ว

เมื่อเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพะเยา ว่าสามารถจับกุมตัว นายอภิสิทธิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี หรือ “อดีตปลัดโอ” อดีตปลัดอำเภอเวียงแหง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับในคดีดังกล่าว ได้บริเวณปั๊มน้ำมันบางจาก ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าแม็คโครพะเยา

จากการจับกุม เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางเป็นอาวุธปืนพกขนาด .357 จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนจำนวน 37 นัด และเงินสดจำนวน 130,000 บาท ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองส่วนกลางและเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายอภิสิทธิ์เดินทางเข้าพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อขยายผลเชื่อมโยงเครือข่ายการปลอมแปลงใบอนุญาตซื้ออาวุธปืนและขบวนการค้าอาวุธปืนข้ามชาติ โดยได้ควบคุมตัวมาถึง สภ.เชียงของ จังหวัดเชียงราย เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

รายงานข่าวระบุว่า ในชั้นจับกุมและระหว่างการควบคุมตัว ผู้ต้องหายังไม่ขอให้การใด ๆ ต่อเจ้าหน้าที่ ขณะที่พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอยู่ระหว่างเร่งสอบปากคำ รวบรวมพยานหลักฐาน และขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง

สำหรับนายอภิสิทธิ์ ถือเป็นผู้ต้องหารายสำคัญในคดีดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ถูกสั่งให้ออกจากราชการจากกรณีสวมตัวบุคคลต่างด้าวที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ และในครั้งนี้ถูกกล่าวหาว่ามีบทบาทสำคัญในการปลอมแปลงเอกสารราชการประเภทใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน (ป.3) เพื่อส่งต่อให้เครือข่ายนำไปซื้ออาวุธปืนจากร้านค้าถูกกฎหมาย ก่อนลักลอบส่งต่อไปยังกลุ่มนายทุนและเครือข่ายค้าอาวุธข้ามชาติ

ทั้งนี้ กรมการปกครองระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบความผิดปกติของใบ ป.3 ในพื้นที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย มากกว่า 400 ใบ คิดเป็นอาวุธปืนกว่า 400 กระบอก ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเครือข่ายขนาดใหญ่ และยังคงเดินหน้าขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกระดับโดยไม่มีข้อยกเว้น

ร่วมแสดงความคิดเห็น