ชาวบ้านท่าตอนโอด 1 ปีผ่าน วิกฤตน้ำปนเปื้อนยังไร้ทางแก้ เศรษฐกิจซบเซา-ทัวร์หาย

วันที่ 31 พ.ค. 69 ตัวแทนชาวบ้าน ต.ท่าตอน สะท้อนปัญหาปนเปื้อนสารเคมีในแม่น้ำกกต่อเนื่องมากว่า 2 ปี ชี้รัฐบาลแก้ปัญหาไม่ถูกจุด เน้นใช้งบปลายเหตุแทนการจัดการต้นทาง พร้อมตั้งคำถามถึงความเหลื่อมล้ำในการจัดสรรงบประมาณระหว่างเชียงใหม่และเชียงราย

นายจงรักษ์ พรรณ์ยงค์ อดีตนายก อบต.ท่าตอน กล่าวถึงปัญหาการปนเปื้อนในแม่น้ำกกที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจในพื้นที่ว่า รัฐบาลมักมุ่งเน้นการใช้งบประมาณแก้ไขที่ปลายเหตุ แทนที่จะเข้าไปจัดการต้นตอของปัญหาจากประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ ส่งผลให้ประชาชนในหลายจังหวัดตั้งแต่เชียงใหม่ เชียงราย ไปจนถึงภาคอีสาน ต้องเดือดร้อน

“ในความคิดเห็นของชาวบ้าน รัฐบาลแก้ไม่ถูกจุด แทนที่จะประสานงานระดับประเทศผ่านกระทรวงการต่างประเทศ กลับนำงบประมาณมาลงกับผลกระทบปลายเหตุ นอกจากนี้ ยังฝากถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าอย่ามัวแต่สั่งการในห้องแอร์ แต่ควรลงพื้นที่มาดูแลปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง” นายจงรักษ์ กล่าว

ด้าน นายเสหระ ลิโบ อดีตผู้ใหญ่บ้านผาใต้ หมู่ 12 ต.ท่าตอน เผยว่า ในฐานะชุมชนที่อยู่ท้ายน้ำและเป็นพื้นที่ที่มีกลุ่มชาติพันธุ์จำนวนมาก กลับรู้สึกว่าไม่ได้รับการเหลียวแลเท่าที่ควร โดยเปรียบเทียบกับจังหวัดเชียงรายที่ได้รับงบประมาณหลายร้อยล้านบาทในการจัดหาแหล่งน้ำสะอาด แต่พื้นที่ ต.ท่าตอน จ.เชียงใหม่ กลับเงียบหาย

“เมื่อ 10 ปีก่อนชาวบ้านแทบไม่ต้องใช้เงินซื้อของกิน เพราะหาปูหาปลาและเก็บผักจากแม่น้ำได้ แต่ปัจจุบันแม่น้ำปนเปื้อนจนกินไม่ได้ ทำให้รายได้ลดลง เศรษฐกิจในชุมชนซบเซาอย่างหนัก แม้แต่ภาคการท่องเที่ยวที่เคยเป็นจุดไฮไลท์ของ อ.แม่อาย ปัจจุบันทัวร์ต่างชาติยกเลิกโปรแกรมไปจนหมดสิ้น กระทบต่อรายได้เรือท่องเที่ยวและเกษตรกรที่ต้องแบกรับภาระเจาะน้ำบาดาลมาใช้แทน” นายเสหระ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ ชาวบ้านยังคงเดินหน้าแสดงพลังผ่านกิจกรรม “ธรรมยาตรา” เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลหันมาใส่ใจและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อคืนแม่น้ำที่สะอาดและปลอดภัยกลับคืนสู่ลูกหลานและประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ร่วมแสดงความคิดเห็น