เปิดเวทีถอดบทเรียนภาคเหนือ ชูวิธีกระบวนการสร้างสรรค์สกัดกั้นภัยคุกคามยาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชน สสส. ผนึกกำลัง มูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด ระดมสมองขับเคลื่อนนโยบายเชิงพื้นที่ปกป้องเยาวชนจากวงจรสารเสพติด
วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ที่โรงแรมกรีนเลค รีสอร์ท เชียงใหม่ มูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด ร่วมกับ ศูนย์วิชาการสารเสพติดภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีนำเสนอผลการศึกษาและพัฒนาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเสพติด ด้วยวิธีการที่สร้างสรรค์ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เพื่อระดมสมองและขับเคลื่อนนโยบายเชิงพื้นที่ในการปกป้องเยาวชนไทยจากวงจรสารเสพติดอย่างเท่าทันสถานการณ์
ปัจจุบันสถานการณ์ยาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชนกำลังเข้าสู่วิกฤตอย่างน่ากังวล โดย นายกิตติชัย เหลือเกื้อกูล กรรมการมูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด ได้เปิดเผยข้อมูลทางสถิติจากกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ปี 2569 พบว่า มีการรับคดีเด็กและเยาวชนรายใหม่รวม 13,741 คดี ในจำนวนนี้เป็นคดีเกี่ยวกับยาเสพติดสูงถึง 7,041 คดี คิดเป็นร้อยละ 51.24 ของจำนวนคดีทั้งหมด นับเป็นฐานความผิดที่เด็กเยาวชนในสังคมไทยกระทำมากที่สุด ซ้ำร้ายสถานการณ์ดังกล่าวยังถูกซ้ำเติมด้วยราคายาบ้าในปัจจุบันที่ลดต่ำลงเหลือเพียงเม็ดละ 30-50 บาท ซึ่งมีราคาถูกกว่าอาหารตามสั่ง 1 จาน ส่งผลให้เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงยาเสพติดได้อย่างง่ายดายและกลายเป็นภาพสะท้อนความผิดปกติที่เกิดขึ้นในสังคมไทย
ด้วยเหตุนี้ ทางมูลนิธิฯ และภาคีเครือข่ายฯ จึงให้ความสำคัญกับการยกระดับงานป้องกัน (Prevention) เป็นฐานรากสำคัญ โดย นายวัชรพงศ์ พุ่มชื่น ผู้จัดการมูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด ระบุว่า ปัญหายาเสพติดเชื่อมโยงกับโครงสร้างและค่านิยมทางสังคมที่ซับซ้อน ทางออกในระยะยาวจึงไม่อาจแก้ไขได้ด้วยการปราบปรามหรือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเน้นการพัฒนาระบบกลไกการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้สังคมตื่นตัวต่อปัญหา
เวทีวิชาการครั้งนี้ ได้มีการนำเสนอ 5 กรณีศึกษาที่เป็นรูปธรรมเพื่อเป็นทางเลือกเชิงนโยบาย เริ่มต้นจากการศึกษาพฤติกรรมและกระบวนการป้องกันการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดย รศ.พญ.วิชุดา จิรพรเจริญ และ รศ.ดร.พญ.นิตา บัววังโป่ง จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ควบคู่ไปกับการถอดบทเรียนแนวทางการดึงเยาวชนนอกระบบการศึกษาออกจากวงจรสารเสพติด โดย นเรศ สงเคราะห์สุข อีกทั้งยังมีการนำเสนอข้อมูลการเฝ้าระวังตลาดสารเสพติดที่รุกคืบเข้าสู่โลกออนไลน์ โดย กนิษฐา ไทยกล้า นักสถิติเชี่ยวชาญ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตลอดจนการถอดบทเรียนชีวิตและพฤติกรรมเพื่อช่วยผู้เสพให้หลุดพ้นจากวงจร ณ ศูนย์แสงอรุณ และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยผ่านโครงการโรงเรียนวันเสาร์เพื่อลดอัตราผู้เสพรายใหม่ในพื้นที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดย ศิริชัย จูงงษ์ และ พัดชา พรสกุลไพศาล ตามลำดับ
นอกจากนี้การขับเคลื่อนฯ ยังได้รับความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้แทนหลากหลายภาคส่วน ทั้งผู้แทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ เขต 1 ร่วมด้วย ผู้แทนจากศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ปปส.ภาค 5 ตลอดจนหน่วยงานสาธารณสุข พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน





ร่วมแสดงความคิดเห็น