ปภ. ซักซ้อมจัดตั้ง War Room 18 ศูนย์เขตทั่วประเทศ ยกระดับเฝ้าระวัง–แจ้งเตือนภัย รับมือทุกสาธารณภัยอย่างทันท่วงที
16 มิ.ย. 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมซักซ้อมการจัดตั้งห้องปฏิบัติการ (War Room) ประจำศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต โดยมี นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันสาธารณภัยเขต 1- 18 ผู้อำนวยสำนัก/กอง ส่วนกลาง และเจ้าหน้าที่ ปภ. ร่วมประชุม
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์สาธารณภัย มีความซับซ้อนและมีความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมอย่างรวดเร็ว ทำให้พื้นที่มีความเสี่ยงภัยมากขึ้น ซึ่งศูนย์ป้องกันสาธารณภัยเขตที่มีกระจายอยู่ทั่วภูมิภาค จำนวน 18 แห่ง เป็นกลไกสำคัญระดับพื้นที่ ในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างพื้นที่กับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในการติดตามวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์เพื่อแจ้งเตือนภัยในพื้นที่ เนื่องจากมีความใกล้ชิดกับสถานการณ์จริง จึงสามารถติดตาม ประเมิน และรับรู้สัญญาณการเกิดภัยได้รวดเร็วและแม่นยำมากกว่า
การประชุมฯ ในครั้งนี้ จึงได้ซักซ้อมการจัดต้องห้องปฏิบัติกา ร(War Room) ในระดับพื้นที่ โดยกำหนดแนวทางตั้งแต่มีการแจ้งเตือนภัยจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตประชุมห้องปฏิบัติการ (War Room) ในระดับพื้นที่ โดยเชิญหน่วยงานด้านการคาดการณ์สภาวะอากาศ และด้านการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ เช่น อุตุนิยมวิทยาภาค อุตุนิยมวิทยาจังหวัด โครงการชลประทานจังหวัด หรือสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค เข้าร่วมติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ หากห้องปฏิบัติการ (War Room) ของศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต ประเมินสถานการณ์แล้ว คาดว่าจะเกิดอุทกภัย ให้ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต รีบประสานหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด แจ้งเตือนอำเภอ ท้องถิ่น และประชาชน ให้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ และหากจำเป็นจะต้องส่งแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast ให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต รีบประสานมาที่ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติทันที นอกจากนี้ ให้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์และรับข้อมูลจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอด 24 ชั่วโมง และเตรียมความพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้สามารถออกปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันที
ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต จะได้มีการหารือเกณฑ์การเฝ้าระวังสถานการณ์เฝ้าสาธารณภัย เพื่อจะได้เดินหน้าแนวทางและซักซ้อมการปฏิบัติร่วมกันต่อไป





ร่วมแสดงความคิดเห็น